2563-08-18
2557-01-22
โปรตีนจากไข่และถั่ว รู้มั้ย..??ว่าไก่ต้องการเท่าไหร่
โปรตีนนั้นมีส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของสัตว์ซึ่งหลักๆก็เพื่อสร้างการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายรวมทั้งเป็นองค์ประกอบของเลือด เนื้อเยื่อ ฮอร์โมน เอนไซม์ต่างๆรวมทั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ ขน เล็บ ปาก อื่นๆอีกมากมายซึ่งคนและสัตว์จำเป็นต้องได้รับอย่างเพียงพอและที่สำคัญคนที่ทำงานหนักๆนักกีฬาจำเป็นต้องได้รับมากกว่าปกติ 2-3 เท่าเลยทีเดียวซึ่งปกติคนเราต้องได้รับโปรตีนในการดำรงชีวิตประมาณ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันเช่นคนหนัก 50 กิโลกรัมก็ต้องได้รับโปรตีน 50 กรัมต่อวันแต่นักกีฬาต้องได้รับเพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่าเมื่อมาเปรียบเทียบกับไก่ชนที่ต้องใช้แรงอย่างหนักรวมทั้งต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อก็พออนุมานกับของคนเราได้ ดังนั้นถ้าไก่หนัก 3 กิโลกรัมก็จำเป็นต้องได้รับโปรตีน 6-9 กรัมต่อวันเป็นอย่างน้อยแต่สิ่งที่ตามมาในการกินอาหารที่มีโปรตีนเราก็จะได้สารอาหารต่างๆที่เพิ่มเข้ามาอีกซึ่งบางอย่างมันเกินความต้องการเช่นเรากินเนื้อ นม ถั่ว พืช ผักต่างๆเราก็จะได้รับไขมันเป็นส่วนแถมมาอีกทำให้อ้วนเพราะกลุ่มไขมัน คาร์โบไฮเดรท ร่างกายจะเก็บสะสมไว้ในร่างกาย ดังนั้นในวงการกีฬาเขาก็พยายามพัฒนาหรือการสกัดเอาโปรตีนมาใช้โดยปราศจากไขมันแป้งแล้วยังเป็โปรตีนที่ย่อยง่ายร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเหมือนที่เคยแนะนำ เช่น เวย์โปรตีน โปรตีนจากเบเวอร์ยีสต์(ผนังเซลล์ยีสต์)
วันนี้ก็อยากแนะนำแหล่งโปรตีนที่เขาสกัดเอามาใช้กันอย่างแพร่หลายมีขายในวงการกีฬาซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงมากมายแต่อาจจะหาซื้อยากหน่อยแต่สำหรับคนที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตคงไม่ใช่ปัญหา แหล่งอาหารที่อยากแนะนำวันนี้ตัวแรกคือ โปรตีนสกัดจากไข่ขาวซึ่งปกติหลายซุ้มเวลาเลี้ยงไก่ออกตีก็มักจะให้ไข่ต้มทั้งไข่ไก่หรือไข่นกกระทาแต่หลายท่านก็มักจะเข้าใจผิดว่าให้ไข่สดๆไก่ก็จะคึกและวิตามินในไข่จะอยู่ครบไม่สูญเสียไปกับความร้อนเวลาต้ม ที่จริงแล้วเราต้องการโปรตีนจากไข่ซึ่งจะมีทั้งไข่ขาวและไข่แดงแต่ถ้าเป็นไข่สดไข่ดิบโปรตีนในไข่ขาวร่างกายคนและสัตว์ไม่สามารถย่อยได้ ดังนั้นแนะนำว่าเราต้องต้มให้สุกก่อนแล้วค่อยให้ไก่กินซึ่งควรให้เฉพาะไข่ขาวนะครับเพราะไข่แดงนั้นจมีพวกคลอเลสเตอรอลและพวกไขมันเยอะโดยทั่วไปแล้วไข่ขาวหนึ่งฟองจะมีโปรตีน 12%ของน้ำหนัก เช่นไข่ไก่ 1 ฟองหนักประมาณ 50 กรัมก็จะมีโปรตีน 6 กรัม ดังนั้นไก่ชนเราถ้าหนัก 3 กิโลกรัมก็ต้องการโปรตีนวันละ 6-9 กรัมเลยทีเดียว ดังนั้นเราอาจต้องให้ไข่ขาวอย่างเดียววันละ 2 ฟองเลยทีเดียวซึ่งถ้าเยอะขนาดนั้นคงเต็มกระเพาะไก่พอดีซึ่งไก่ต้องกินข้าวกินผักอีก ดังนั้นเราเราจึงจำเป็นต้องหาอาหารเสริมที่เขาสกัดจากไข่สำเร้จรูปมาให้แทนซึ่งไข่ขาวผงจะมีโปรตีนประมาณ 85%ของน้ำหนัก ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือย่อยง่ายร่างกายนำไปใช้ได้เร็วขึ้นส่วนราคาก็ไม่ได้แพงมากมายตกกิโลกรัมละประมาณ 1000 บาท ซึ่งเวลาให้ก็ให้กินประมาณวันละ 10 กรัม(ได้โปรตีน 8.5 กรัม)ตักมาผสมน้ำผึ้งปั้นให้เป็นก้อนกินสัก 2 ก้อนเท่าข้อนิ้วก้อยไม่ควรผสมแล้วทิ้งไว้นะครับเพราะอาจทำให้เสียได้
ส่วนแหล่งโปรตีนสกัดตัวที่ 2 ที่อยากแนะนำวันนี้ก็เป็นโปรตีนจากถั่วเหลืองปกติถั่วเหลืองที่ไม่ได้สกัด 100 กรัมจะมีโปรตีนประมาณ 38 กรัม ซึ่งก็มีการสกัดเอาเฉพาะโปรตีนนำมาใช้ในวงการกีฬาหรือแม้แต่วงการแพทย์สำหรับฟื้นฟูสภาพร่างกายของคนป่วยด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองซึ่งข้อดีของโปรตีนจากถั่วอีกอย่างคือ ร่างกายจะค่อยๆย่อยแล้วนำไปใช้เรื่อยๆใน 1 วัน ซึ่งโปรตีนสกัดจากถั่วก็จะให้โปรตีนประมาณ 90%ของน้ำหนักใกล้ๆกับโปรตีนสกัดจากไข่ขาวซึ่งการให้ก็เหมือนๆกันส่วนราคาก็จะถูกหน่อยประมาณกิโลกรัมละ 500-700 บาท
วันนี้ก็อยากแนะนำแหล่งโปรตีนที่เขาสกัดเอามาใช้กันอย่างแพร่หลายมีขายในวงการกีฬาซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงมากมายแต่อาจจะหาซื้อยากหน่อยแต่สำหรับคนที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตคงไม่ใช่ปัญหา แหล่งอาหารที่อยากแนะนำวันนี้ตัวแรกคือ โปรตีนสกัดจากไข่ขาวซึ่งปกติหลายซุ้มเวลาเลี้ยงไก่ออกตีก็มักจะให้ไข่ต้มทั้งไข่ไก่หรือไข่นกกระทาแต่หลายท่านก็มักจะเข้าใจผิดว่าให้ไข่สดๆไก่ก็จะคึกและวิตามินในไข่จะอยู่ครบไม่สูญเสียไปกับความร้อนเวลาต้ม ที่จริงแล้วเราต้องการโปรตีนจากไข่ซึ่งจะมีทั้งไข่ขาวและไข่แดงแต่ถ้าเป็นไข่สดไข่ดิบโปรตีนในไข่ขาวร่างกายคนและสัตว์ไม่สามารถย่อยได้ ดังนั้นแนะนำว่าเราต้องต้มให้สุกก่อนแล้วค่อยให้ไก่กินซึ่งควรให้เฉพาะไข่ขาวนะครับเพราะไข่แดงนั้นจมีพวกคลอเลสเตอรอลและพวกไขมันเยอะโดยทั่วไปแล้วไข่ขาวหนึ่งฟองจะมีโปรตีน 12%ของน้ำหนัก เช่นไข่ไก่ 1 ฟองหนักประมาณ 50 กรัมก็จะมีโปรตีน 6 กรัม ดังนั้นไก่ชนเราถ้าหนัก 3 กิโลกรัมก็ต้องการโปรตีนวันละ 6-9 กรัมเลยทีเดียว ดังนั้นเราอาจต้องให้ไข่ขาวอย่างเดียววันละ 2 ฟองเลยทีเดียวซึ่งถ้าเยอะขนาดนั้นคงเต็มกระเพาะไก่พอดีซึ่งไก่ต้องกินข้าวกินผักอีก ดังนั้นเราเราจึงจำเป็นต้องหาอาหารเสริมที่เขาสกัดจากไข่สำเร้จรูปมาให้แทนซึ่งไข่ขาวผงจะมีโปรตีนประมาณ 85%ของน้ำหนัก ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือย่อยง่ายร่างกายนำไปใช้ได้เร็วขึ้นส่วนราคาก็ไม่ได้แพงมากมายตกกิโลกรัมละประมาณ 1000 บาท ซึ่งเวลาให้ก็ให้กินประมาณวันละ 10 กรัม(ได้โปรตีน 8.5 กรัม)ตักมาผสมน้ำผึ้งปั้นให้เป็นก้อนกินสัก 2 ก้อนเท่าข้อนิ้วก้อยไม่ควรผสมแล้วทิ้งไว้นะครับเพราะอาจทำให้เสียได้
ส่วนแหล่งโปรตีนสกัดตัวที่ 2 ที่อยากแนะนำวันนี้ก็เป็นโปรตีนจากถั่วเหลืองปกติถั่วเหลืองที่ไม่ได้สกัด 100 กรัมจะมีโปรตีนประมาณ 38 กรัม ซึ่งก็มีการสกัดเอาเฉพาะโปรตีนนำมาใช้ในวงการกีฬาหรือแม้แต่วงการแพทย์สำหรับฟื้นฟูสภาพร่างกายของคนป่วยด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองซึ่งข้อดีของโปรตีนจากถั่วอีกอย่างคือ ร่างกายจะค่อยๆย่อยแล้วนำไปใช้เรื่อยๆใน 1 วัน ซึ่งโปรตีนสกัดจากถั่วก็จะให้โปรตีนประมาณ 90%ของน้ำหนักใกล้ๆกับโปรตีนสกัดจากไข่ขาวซึ่งการให้ก็เหมือนๆกันส่วนราคาก็จะถูกหน่อยประมาณกิโลกรัมละ 500-700 บาท
2556-12-18
ข้อควรระวังในการเลี้ยงไก่พม่าหน้าฝน
การเลี้ยงไก่พม่าหน้าฝนท่านจะต้องระมัดระวังให้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะพม่าเลือดร้อย เพราะหน้านี้สภาพของไก่จะเริ่มมีเคลื่อน หลุดและถ่ายขน ถ้าไก่เริ่มเคลื่อนหรือหลุดจะมีปัญหากับไก่คือ
1.ไก่จะบินไม่ดีบินไม่ร่อนสังเกตตรงโคนปีกด้านในจะมีรอยเคลื่อนออกมาเป็นเปาะใสๆ ถ้าเคลื่อนมากแสดงว่าใกล้หลุด บางตัวเคลื่อนปีกสองปีกแสดงว่ากำลังถ่ายแซม บางตัวเคลื่อนทุกเส้นแสดงว่าจะถ่ายใหญ่ไก่ถ่ายแซมพอเลี้ยงได้ต้องสังเกตเป็นตัวๆไป ไก่ถ่ายใหญ่ควรปล่อยตามธรรมชาติรอขนใหม่ขึ้นก่อนครับ ถ้าไก่ของท่านบินหล่นๆโปรดสังเกตให้ดีครับ
2.ไก่จะมีน้ำขนแห้งไม่มันวาวเหมือนช่วงต้นหนาว ซึ่งแสดงว่าไก่หมดความสมบูรณ์ในตัว ไขมันที่สะสมไว้ในร่างกายเริ่มหมดจำเป็นต้องสะสมไขมันใหม่ในช่วงฤดูฝนโดยหากินมดแมงตามธรรมชาติ ถ้าไก่ขนหมดมันไก่จะหมดแรงง่าย
3.ไก่จะไม่สู้ไก่นะครับ พวกพม่าเลือดร้อยตอนนี้เริ่มเลือกตัวสู้ แสดงว่ามันรู้ตัวเองดีว่าร่างกายไม่สมบูรณ์มันอยากพักผ่อนแล้วครับ อย่าบังคับเลี้ยงเด็ดขาด มันชอบเดินหนีเมื่ออยู่ในสังเวียนครับ บางท่านไม่สังเกตไก่ยังเลี้ยงเอาไปชนผลคือแพ้ครับเป็นต่อก็เดินหนีเฉยเลย นี่ธรรมชาติไก่พม่าครับ
คนเลี้ยงพม่าภาคเหนือ คนโบราณจริงเขาจะปล่อยเลยครับตอนแรกผมไปเจอก็งงว่าทำไมไก่ไม่ตีกัน พอถามเขาก็พบว่าไก่พม่าหน้าฝนมันไม่สู้กันครับปล่อยรวมฝูงได้ ดังนั้นช่วงนี้ใครเลี้ยงพม่าเลือดสูงๆระวังหน่อยครับ
2556-12-17
การผสมแบบไคลแมกซ์
มีการพูดถึงเรื่องการผสมแบบไคลแมกซ์สำหรับไก่กันเยอะมากมาย เลยถือโอกาสนี้นำเสนอสาระและวิธีการพอให้เข้าใจครับ คือปกติคนผสมไก่มักจะใช้ 2 วิธีหลักๆในการผสมคือ
1.ปล่อยตัวผู้ตัวเมียอยู่ด้วยกันตามธรรมชาติในสถานที่กว้างๆ มีต้นไม้ใบหญ้าให้ได้กิน ไก่จะผสมกันตลอดทั้งวันมีความสมบูรณ์ในการผสมมากที่สุดเป็นธรรมชาติที่สุด ไก่ไม่มีความเครียดไม่มีความกดดันเปรียบดั่งการไปฮันนีมูน
2.ปล่อยผสมพันธุ์ในพื้นที่จำกัด โยการขังรวมกันระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย แบบนี้ค่อนข้างบีบบังคับกันหน่อย เปรียบดังให้สามีภรรยาอยู่บ้านเดียวกันโดยไม่มีการเปลี่ยนบรรยากาศอะไรทำนองนั้นนะครับ ไก่จะมีความเครียดการผสมพันธุ์จะน้อย คุณภาพจะต่ำ
ส่วนการผสมแบบไคลแมกซ์นั้นเป็นการผสมโดยปล่อยหรือขังตัวเมียแยกจากกัน มีวิธีที่นิยมดังนี้ครับ
1.ขังตัวเมียไว้คนละตาข่ายให้มองเห็นกันตลอด ปล่อยผสมกันวันละครั้งในตอนเย็นหรือตอนเช้า แบบนี้จะทำให้ไก่มีความต้องการผสมพันธุ์กันมากครับ
2.แบบปล่อยตัวเมียให้หากินอย่างอิสระ ขังตัวผู้ไว้หมดนะครับแต่ให้มองเห็นกันตลอด ตอนเช้า ตอนเย็นค่อยปล่อยผสมกันวันละครั้งครับ แบบนี้แม่พันธุ์จะสมบูรณ์ดีครับ
1.ปล่อยตัวผู้ตัวเมียอยู่ด้วยกันตามธรรมชาติในสถานที่กว้างๆ มีต้นไม้ใบหญ้าให้ได้กิน ไก่จะผสมกันตลอดทั้งวันมีความสมบูรณ์ในการผสมมากที่สุดเป็นธรรมชาติที่สุด ไก่ไม่มีความเครียดไม่มีความกดดันเปรียบดั่งการไปฮันนีมูน
2.ปล่อยผสมพันธุ์ในพื้นที่จำกัด โยการขังรวมกันระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย แบบนี้ค่อนข้างบีบบังคับกันหน่อย เปรียบดังให้สามีภรรยาอยู่บ้านเดียวกันโดยไม่มีการเปลี่ยนบรรยากาศอะไรทำนองนั้นนะครับ ไก่จะมีความเครียดการผสมพันธุ์จะน้อย คุณภาพจะต่ำ
ส่วนการผสมแบบไคลแมกซ์นั้นเป็นการผสมโดยปล่อยหรือขังตัวเมียแยกจากกัน มีวิธีที่นิยมดังนี้ครับ
1.ขังตัวเมียไว้คนละตาข่ายให้มองเห็นกันตลอด ปล่อยผสมกันวันละครั้งในตอนเย็นหรือตอนเช้า แบบนี้จะทำให้ไก่มีความต้องการผสมพันธุ์กันมากครับ
2.แบบปล่อยตัวเมียให้หากินอย่างอิสระ ขังตัวผู้ไว้หมดนะครับแต่ให้มองเห็นกันตลอด ตอนเช้า ตอนเย็นค่อยปล่อยผสมกันวันละครั้งครับ แบบนี้แม่พันธุ์จะสมบูรณ์ดีครับ
การทำม้าล่อให้นิ่งด้วยการเล่นไลน์บรีดพัฒนาออกสู่สังเวียนเลือด
ความตั้งใจของนักบรีดเดอร์สายพันธุ์สัตว์ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ของสัตว์ขึ้นมาใหม่ที่คนทั่วไปให้การยอมรับ เช่นม้าแข่งที่วิ่งได้รวดเร็ว หมูที่โตไวให้เนื้อมากขึ้น นกเขาที่ขันเพราะขึ้น หมาที่สวยขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ไก่ชนที่นักบรีดเดอร์ต้องการที่จะทำให้ไก่ของตนเก่งขึ้น ที่สำคัญนอกจากจะทำให้ไก่ของตนเก่งขึ้นแล้วจะต้องมีสายเลือดที่นิ่งพอสมควรเปอร์เซ็นต์การถ่ายทอดความเก่งกาจจากรุ่นสู่รุ่นจะต้องมีสูงหรือพวกเราชาวไก่ชนเรียกกันว่าการ "ลงเหล่า" และที่สำคัญมากขึ้นไปอีกขั้นนอกจากความเก่งความนิ่งในสายเลือดแล้วเหล่าทีททำขึ้นมาได้จะต้องคงอยู่พัฒนาต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆไม่ใช่เก่งเพียงแค่ 3-4 รุ่นจากนั้นก็หาย แล้วเราจะผสมจะบรีดสายพันธุ์ของไก่ชนพม่าม้าล่อกันอย่างไรถึงจะทำให้สายเลือดนิ่งถ่ายทอดพันธุกรรมม้าล่อสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้อย่างยาวนาน วิธีการที่พัฒนาให้นิ่งหรือทำลูกไก่ให้เกิดมาเป็นม้าล่อมากที่สุดหลักๆก็มีการผสมอยู่ 2 วิธี คือ การผสมแบบในครอบครัวเดียวกันหรือเรียกว่าการอินบรีด พูดให้เข้าใจง่ายๆได้ว่าพ่อผสมลูก ลูกผสมแม่ ลูกกับลูกผสมกันเอง วิธีการอินบรีดหรือการผสมแบบเลือดชิดเพื่อต้องการคงสายพันธุ์ให้ไดเร็วที่สุดมันเหมือนกับดาบสองคมถ้าได้ตัวดีทั้งลักษณะเชิงชนรูปร่างหน้าตาจะคล้ายกับตัวพ่อมาก ความเก่งก็อาจจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ และใช้เวลาในการทำไม่นานจากรุ่นหนึ่งมาสู่รุ่นสองก็ทำได้แล้วแต่การผสมอย่างนี้ข้อเสียก็มีมากไม่ใช่น้อยเลย คำว่าเลือดชิดก็บอกได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว โอกาสที่ลูกไก่จะเกิดมามีลักษณะด้อยจะเยอะมากทั้งแคระแกร็น พิการ ไม่แข็งแรง ไม่เก่ง เลี้ยงยาก ดังนั้นวิธีการอินบรีดผสมแบบเลือดชิดจึงไม่เป็นที่นิยมเพราะความเสี่ยงมีสูง ส่วนถ้าท่านใดอยากจะลองทำดูก็สามารถทดลองได้ แต่อย่าไปทำเยอะทดลองเพียง 2-3 แม่ก็พอ อีกวิธีหึ่งนั้นก็คือ การผสมแบบไลน์บรีดเป็นการผสมแบบในตระกูลเดียวกันเพื่อให้ได้สายเลือดของพ่อแม่พันธุ์ที่ตั้งต้นอยู่ในตัวลูกไก่แต่ละรุ่นให้เยอะที่สุดโดยที่จะไม่เกิดการเลือดชิด แล้วเราจะไลน์บรีดม้าล่อกันอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ ประการแรกท่านต้องมีใจรักและมีความอดทนสูงเพราะต้องใช้เวลาพอสมควร
หลักการผสมม้าล่อแบบไลน์บรีดสามารถทำได้กันทุกคนแต่ขั้นแรกท่านต้องมีสายพันธุ์ตั้งต้นที่มีความนิ่งในสายเลือดสูง(ต้องมีพม่าม้าล่อเลือดร้อยเป็นพ่อพันธุ์ตั้งต้น) แล้วเราจะทำการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้ลูกไก่ท่ออกมาเป็นม้าล่อเหมือนกับตัวพ่อให้มากที่สุดหรือเก่งกว่า ดีกว่าไปเลย
ขั้นแรก ต้องทำการตั้งสายในการผสมก่อนโดยให้พ่อพันธุ์พม่าม้าล่อ 2 ตัวนี้ เป็นไก่ที่เกิดจากพ่อพม่าม้าล่อตัวเดียวกันแต่คนละแม่และแม่ต้องคนละเหล่าด้วย จากนั้นเราต้องหาแม่พันธุ์มาเข้ากับพ่อพันธุ์ทั้ง 2 ตัวโดยใช้พ่อพันธุ์ 1 ตัวกับแม่พันธุ์ 4 ตัวหรือใครอาจจะใช้ 2-3 ตัวก็ได้แต่มันจะมีทางให้เล่นน้อยเกินไปเอาเป็นว่าแนะนำให้ใช้ตัวเมีย 4 ตัวจะดีที่สุด ดังนั้นเราก็จะได้สายตั้งต้นเป็น 2 สาย สายแรกพ่อตัวที่ 1 สายที่ 2 พ่อตัวที่ 2 แต่อย่าลืมว่าตัวเมียทั้ง 8 ตัวที่เราหามาต้องเป็นไก่คนละเหล่ากัน ป้องกันการเกิดเลือดชิด ตัวเมียต้องเป็นไก่สายเลือดที่นิ่งด้วย ห้ามนำตัวเมียที่เก่งเฉพาะตัวหรือเป็นม้าล่อเฉพาะตัวมาผสมเด็ดขาด มันจะทำให้การบีบสายเลือดให้นิ่งนั้นทำได้ยาก ถ้าตัวเมียพม่าม้าล่อลูกร้อยหายากก็อนุโลมให้ใช้ไก่ที่มีลีลาถอยจัดๆออกซ้ายทีขวาทีมาผสมแทนได้เหมือนเดิมคือไม่ว่าจะเป็นตัวเมียม้าล่อหรือตัวเมียถอยจัดมันจะต้องมาจากเหล่าที่ถอยที่ล่อจริงๆเท่านั้น ตัวเมียเลือดต้องนิ่ง เมื่อมีทั้งตัวผู้ตัวเมียครบแล้วก็นำเข้าผสมพันธุ์ได้เลย
เป้าหมายการผสมก็เพื่อต้องการให้ได้ลูกไก่ออกมาเก่งเหมือนพ่อ ลูกไก่รุ่นที่ 1 ที่เกิดจากการผสมครั้งนี้มันจะมีสายเลือดของพันธุกรรมม้าล่ออยู่ในตัว ถ้าคิดตามทฤษฎีประมาณ 50%ให้ทำการคัดลูกไก่ที่เกิดจากการผสมในครั้งนี้โดยคัดเอาตัวที่ดีที่สุดหรือชอบที่สุดเอาไว้ บางตัวออกมาก็เป็นม้าล่อเลย บางตัวออกมาก็ไม่เป็นม้าล่อก็มีหรือออกมาทั้งรุ่นไม่เป็นม้าล่อเลยสักตัวก็อาจเป็นได้ดังนั้นนอกจากจะคัดเอาตัวที่เป็นม้าล่อไว้แล้วตัวที่ถอยจัดๆแผลดีๆก็ควรจะเก็บเอาไว้เช่นกันเพราะถึงแม้ชั้นเชิงม้าล่อมันยังไม่แสดงออกมาแต่มันก็มีเลือดของม้าล่อแฝงอยู่ในตัว เราสามารถดึงมันออกมาในรุ่นต่อไปได้
เมื่่อเราคัดได้แล้วก็นำลูกไก่มาผสมไขว้กันโดยนำลูกจากพ่อตัวที่ 1 มาผสมกับลูกจากพ่อตัวที่ 2 ลูกไก่ที่เกิดมารุ่นที่ 2 นี้จะมีสายเลือดของม้าล่อเข้มข้นขึ้นโดยที่เลือดไม่ชิดเพราะเราใช้ตัวเมียคนละเหล่ากัน จากนั้นรุ่นที่ 3 ที่จะผสมต่อไปให้ท่านหาพ่อไก่หรือแม่ไก่ที่เป็นม้าล่อเลือดนิ่งจากสายอื่นเข้ามาเสียบ เราก็จะได้ลูกไก่รุ่นที่ 3 ออกมาคราวนี้เราสามารถนำไก่รุ่นที่ 3 กลับขึ้นไปผสมกับลูกไก่รุ่นที่ 1 ได้เลยและนำลูกไก่รุนที่ 3 ไปผสมกับพ่อพันธุ์ตั้งต้นทั้งตัวที่ 1 และตัวที่ 2 ด้วยเลยก็ได้ และจะดีมากๆเลยทีเดียวแต่มีข้อแม้ว่าต้องดูสายเลือดให้ดีและพ่อไก่ก็ต้องไม่ตายไปเสียก่อนด้วยเราก็จะได้ลูกไก่รุ่นที่ 4 กลับขึ้นไปผสมกับลูกไก่รุ่นที่ 2 ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆรับรองท่านจะมีเหล่าม้าล่อเป็นของตัวเองแน่นอน
หลักสำคัญของการไลน์บรีด คือ เราจะต้องเน้นสายเลือดลูกไก่ที่นำมาผสมกันจะต้องไม่มีเลือดพ่อเลือดแม่เดียวกันเกิน 50%เพราะเลือดมันจะชิด เมื่อเราผสมจนเลือดใกล้กันมากก็ให้นำพม่าม้าล่อที่เป็นสายพันธุ์อื่นที่เลือดนิ่งเข้ามาผ่าป้องกันเลือดชิดแล้วถึงนำลูกไก่ที่ได้กลับมาผสมกับเหล่าเดิม แค่นี้เราก็สามารถเล่นสายพันธุ์ได้ต่อไปเรื่อยๆ ความเป็นพม่าม้าล่อจะมีอยู่ในตัวลูกไก่อย่างเข้มข้นและเก่งไม่แพ้บรรพบุรุษแน่นอน
ใครที่มีความตั้งใจ ความหมั่นเพียร อดทน ก็จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้อย่างแน่นอน...อย่างน้อยรับรองได้เลยว่าใช้เวลาอย่างต่ำ 3-4 ปีอย่างแน่นอนแต่ผลที่ได้มันคุ้มค่ากว่าเวลาที่เสียไปมากมายนัก
หลักการผสมม้าล่อแบบไลน์บรีดสามารถทำได้กันทุกคนแต่ขั้นแรกท่านต้องมีสายพันธุ์ตั้งต้นที่มีความนิ่งในสายเลือดสูง(ต้องมีพม่าม้าล่อเลือดร้อยเป็นพ่อพันธุ์ตั้งต้น) แล้วเราจะทำการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้ลูกไก่ท่ออกมาเป็นม้าล่อเหมือนกับตัวพ่อให้มากที่สุดหรือเก่งกว่า ดีกว่าไปเลย
ขั้นแรก ต้องทำการตั้งสายในการผสมก่อนโดยให้พ่อพันธุ์พม่าม้าล่อ 2 ตัวนี้ เป็นไก่ที่เกิดจากพ่อพม่าม้าล่อตัวเดียวกันแต่คนละแม่และแม่ต้องคนละเหล่าด้วย จากนั้นเราต้องหาแม่พันธุ์มาเข้ากับพ่อพันธุ์ทั้ง 2 ตัวโดยใช้พ่อพันธุ์ 1 ตัวกับแม่พันธุ์ 4 ตัวหรือใครอาจจะใช้ 2-3 ตัวก็ได้แต่มันจะมีทางให้เล่นน้อยเกินไปเอาเป็นว่าแนะนำให้ใช้ตัวเมีย 4 ตัวจะดีที่สุด ดังนั้นเราก็จะได้สายตั้งต้นเป็น 2 สาย สายแรกพ่อตัวที่ 1 สายที่ 2 พ่อตัวที่ 2 แต่อย่าลืมว่าตัวเมียทั้ง 8 ตัวที่เราหามาต้องเป็นไก่คนละเหล่ากัน ป้องกันการเกิดเลือดชิด ตัวเมียต้องเป็นไก่สายเลือดที่นิ่งด้วย ห้ามนำตัวเมียที่เก่งเฉพาะตัวหรือเป็นม้าล่อเฉพาะตัวมาผสมเด็ดขาด มันจะทำให้การบีบสายเลือดให้นิ่งนั้นทำได้ยาก ถ้าตัวเมียพม่าม้าล่อลูกร้อยหายากก็อนุโลมให้ใช้ไก่ที่มีลีลาถอยจัดๆออกซ้ายทีขวาทีมาผสมแทนได้เหมือนเดิมคือไม่ว่าจะเป็นตัวเมียม้าล่อหรือตัวเมียถอยจัดมันจะต้องมาจากเหล่าที่ถอยที่ล่อจริงๆเท่านั้น ตัวเมียเลือดต้องนิ่ง เมื่อมีทั้งตัวผู้ตัวเมียครบแล้วก็นำเข้าผสมพันธุ์ได้เลย
เป้าหมายการผสมก็เพื่อต้องการให้ได้ลูกไก่ออกมาเก่งเหมือนพ่อ ลูกไก่รุ่นที่ 1 ที่เกิดจากการผสมครั้งนี้มันจะมีสายเลือดของพันธุกรรมม้าล่ออยู่ในตัว ถ้าคิดตามทฤษฎีประมาณ 50%ให้ทำการคัดลูกไก่ที่เกิดจากการผสมในครั้งนี้โดยคัดเอาตัวที่ดีที่สุดหรือชอบที่สุดเอาไว้ บางตัวออกมาก็เป็นม้าล่อเลย บางตัวออกมาก็ไม่เป็นม้าล่อก็มีหรือออกมาทั้งรุ่นไม่เป็นม้าล่อเลยสักตัวก็อาจเป็นได้ดังนั้นนอกจากจะคัดเอาตัวที่เป็นม้าล่อไว้แล้วตัวที่ถอยจัดๆแผลดีๆก็ควรจะเก็บเอาไว้เช่นกันเพราะถึงแม้ชั้นเชิงม้าล่อมันยังไม่แสดงออกมาแต่มันก็มีเลือดของม้าล่อแฝงอยู่ในตัว เราสามารถดึงมันออกมาในรุ่นต่อไปได้
เมื่่อเราคัดได้แล้วก็นำลูกไก่มาผสมไขว้กันโดยนำลูกจากพ่อตัวที่ 1 มาผสมกับลูกจากพ่อตัวที่ 2 ลูกไก่ที่เกิดมารุ่นที่ 2 นี้จะมีสายเลือดของม้าล่อเข้มข้นขึ้นโดยที่เลือดไม่ชิดเพราะเราใช้ตัวเมียคนละเหล่ากัน จากนั้นรุ่นที่ 3 ที่จะผสมต่อไปให้ท่านหาพ่อไก่หรือแม่ไก่ที่เป็นม้าล่อเลือดนิ่งจากสายอื่นเข้ามาเสียบ เราก็จะได้ลูกไก่รุ่นที่ 3 ออกมาคราวนี้เราสามารถนำไก่รุ่นที่ 3 กลับขึ้นไปผสมกับลูกไก่รุ่นที่ 1 ได้เลยและนำลูกไก่รุนที่ 3 ไปผสมกับพ่อพันธุ์ตั้งต้นทั้งตัวที่ 1 และตัวที่ 2 ด้วยเลยก็ได้ และจะดีมากๆเลยทีเดียวแต่มีข้อแม้ว่าต้องดูสายเลือดให้ดีและพ่อไก่ก็ต้องไม่ตายไปเสียก่อนด้วยเราก็จะได้ลูกไก่รุ่นที่ 4 กลับขึ้นไปผสมกับลูกไก่รุ่นที่ 2 ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆรับรองท่านจะมีเหล่าม้าล่อเป็นของตัวเองแน่นอน
หลักสำคัญของการไลน์บรีด คือ เราจะต้องเน้นสายเลือดลูกไก่ที่นำมาผสมกันจะต้องไม่มีเลือดพ่อเลือดแม่เดียวกันเกิน 50%เพราะเลือดมันจะชิด เมื่อเราผสมจนเลือดใกล้กันมากก็ให้นำพม่าม้าล่อที่เป็นสายพันธุ์อื่นที่เลือดนิ่งเข้ามาผ่าป้องกันเลือดชิดแล้วถึงนำลูกไก่ที่ได้กลับมาผสมกับเหล่าเดิม แค่นี้เราก็สามารถเล่นสายพันธุ์ได้ต่อไปเรื่อยๆ ความเป็นพม่าม้าล่อจะมีอยู่ในตัวลูกไก่อย่างเข้มข้นและเก่งไม่แพ้บรรพบุรุษแน่นอน
ใครที่มีความตั้งใจ ความหมั่นเพียร อดทน ก็จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้อย่างแน่นอน...อย่างน้อยรับรองได้เลยว่าใช้เวลาอย่างต่ำ 3-4 ปีอย่างแน่นอนแต่ผลที่ได้มันคุ้มค่ากว่าเวลาที่เสียไปมากมายนัก
2556-05-30
สายพันธุ์ก๋อย ง่อน บราซิล อายุ 14 เดือน น้ำหนัก 2.9 กก.
เชิงชนเป็นไก่ IQ ชนหลายแบบ ตีแผลล่างสลับบน ชนสนิท
ปากไว ลำโต ชนแข็งแกร่ง แข้งโหด มีหัก มีนอน ออกอาวุธรุนแรงชัดเจน
แทงตอล้วนๆ ตีย้ำแผลดีมาก
สองไฟท์ตอนหนุ่ม เลี้ยงตีหรือต่อยอดไม่ผิดหวังแน่
สนใจติดต่อคุณต๋องครับ
เด็ดๆ
เจ้าบัวขาวสายพันธุ์พม่า ง่อน บราซิล อายุ 7 เดือนเป็นทายาทเจ้าไข่มุกขาวพ่อพันธุ์เงินแสนตัวดังแห่งซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐซึ่งมีลีลาการชน ตีแผลล่างสลับบน เบอร์แข้งเกรด A
เจ้าปิลันย่า สายพันธุ์ก๋อย ง่อน บราซิล ตัวอันตราย
เจ้าคมเดชสายพันธุ์พม่า ง่อน บราซิล ชนสไตล์โยก ถอดถอย ขยายเตะ มีล่อสั้น เปิดแผลเร็ว
เจ้าเสือดาวสายพันธุ์ก๋อย ง่อน บราซิล เป็นไก่ปากไว เข้าไก่เร็ว ชนสไตล์ บู๊ ดุ ดัน ตีเจ็บสุดๆ
ภาพปล้ำซ้อมไก่สายพันธุ์พม่า+บราซิล+ง่อน สไตล์ตีแผลกระเดือกหูตา
ภาพปล้ำซ้อมไก่สายพันธุ์ก๋อย ง่อน บราซิล
สไตล์ล็อค มุด มัด กัด ตี
สไตล์ล็อค มุด มัด กัด ตี
เจ้าเพิ่มทรัพย์ ก๋อย ง่อน บราซิลกับไฟท์ที่ 3 ไม่ถึง 10 นาที
2555-05-26
เมื่อไก่ตัวโปรดของคุณอาหารไม่ย่อยจะทำอย่างไรดี
อาหารที่ไก่ชนกินเข้าไปจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาวะการย่อยบกพร่องซึ่งสามารถจำแนกการกินอาหารได้หลายกรณีด้วยกันคือ
1.กินอาหารที่เป็นกรดหรือด่างเกินไป ได้แก่ของบูด ของเน่าเสีย(ข้าวบูด,เศษอาหารค้างคืน)ยากำลัง ยาโด๊ป เป็นต้น
2.การกินอาหารที่ย่อยยากหรือกินจำนวนมากเกินไป เช่น ข้าวเปลือก ข้าวโพด แต่ส่วนมากจะเป็นกรณีที่กินมากเกินไปและกินน้ำน้อยทำให้ขบวนการย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ย่อยอาหารไม่หมดและเหลือสิ่งตกค้างเน่าเสียและเกิดกรดเกินที่กระเพาะอาหารในที่สุด
3.กินสิ่งแปลกปลอม ได้แก่ สารเคมี(เมล็ดธัญพืช,พืชผัก,หญ้า)พลาสติก โฟม เหล็ก อลูมิเนียม เป็นต้น กรณีที่กินเมล็ดธัญพืชที่ปนเปื้อนสารเคมีนั้นจะพบว่าจะเป็นสารเคมีจำพวก ยาฆ่าหญ้าซึ่งจะมีความเป็นพิษรองลงมาจากยากำจัดศัตรูพืช อย่างเช่น ฟูราดาน แลนเนต ถ้าเป็นสารเคมีจำพวกนี้ถ้าไก่ได้รับเข้าไปในปริมาณที่น้อยนิดก็สามารถทำให้ไก่ตายได้ ส่วนยาฆ่าหญ้านั้นไก่จะได้รับความเป็นพิษน้อยกว่าในปริมาณที่เท่ากัน ผลกระทบของยาฆ่าหญ้านั้นคือไก่จะปวดท้อง ระบบการย่อยอาหารทำงานผิดปกติ เกิดภาวะอาหารไม่ย่อยในที่สุด ส่วนกรณีของพลาสติก เหล็ก โฟม และอลูมิเนียมนั้น ไก่จะกินสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ เนื่องจากไก่ของท่านขาดแร่ธาตุบางชนิดซึ่งมักจะเกิดในไก่ที่ขังติดสุ่มเป็นเวลานานๆไม่ได้ปล่อย
การป้องกันและการรักษา1.กรณีกินอาหารที่เป็นกรดด่างควรให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหารเป็นลำดับแรก เช่น อีโน ยาธาตุน้ำแดง ยาธาตุน้ำขาว แต่ถ้า 3-4 ชั่วโมงผ่านไปแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรให้ยาปฏิชีวนะจำพวกนอร์ฟรอกซาซิน 500 มก.ครึ่งเม็ด แต่ถ้าวันรุ่งขึ้นอาหารยังไม่ย่อยอีกควรใช้วิธีการล้างกระเพาะโดยใช้สายยางสอดหรือกรอกน้ำให้เต็มกระเพาะ ห้อยหัวไก่ลง แล้วรีดเอาของเสียและเศษอาหารออกให้หมดแต่ถ้ายังไม่หมดก็ต้องใชวิธีสุดท้ายคือการเจาะกระเพาะเอาอาหารออก และควรใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้งหลังการเจาะกระเพาะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
2.กรณีกินอาหารที่ย่อยยากหรือกินจำนวนมากเกินไป ควรให้ไก่กินยาช่วยย่อยและกินน้ำตามมากๆ งดอาหารทุกอย่างยกเว้นน้ำให้สังเกตเป็นระยะๆทุกๆ 3 ชั่วโมงว่าอาหารยุบลงไปหรือเปล่า ถ้ายุบตอนเย็นควรให้อาหารที่เป็นอาหารอ่อน ผัก ผลไม้ เช่น กล้วย ส้มโอ ส้มเกลี้ยง มะละกอ สับปะรด(ควรให้ในปริมาณที่พอเหมาะ)แต่ในกรณีที่อาหารไม่ยุบลงเลย ภายในระยะเวลา 2 วัน ควรรีบเจาะกระเพาะเอาเศษอาหารออกทันที ก่อนเศษอาหารจะเน่าเสียกว่านี้ซึ่งไก่ก็จะโทรมลงไปตามลำดับด้วย
3.กรณีกินสิ่งแปลกปลอม เช่น เหล็ก โฟม พลาสติก อลูมิเนียมเข้าไปโดยธรรมชาติแล้วไก่จะขับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ออกมากับอุจจาระมีจำนวนน้อยมากที่สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะติดค้างอยู่ในกระเพาะอาหารแต่ถ้าเกิดตกค้างไก่จะเกิดภาวะอาหารไม่ย่อยจะมีการรักษาอยู่วิธีเดียวคือ การเจาะกระเพาะเอาสิ่งแปลกปลอมออกเท่านั้น แต่ถ้าเป็นสารพิษก็ต้องล้างกระเพาะเอาสารพิษออกให้หมดเช่นกันโดยวิธีการกรอกน้ำให้เต็มกระเพาะ ห้อยหัวไก่ลง รีดเอาสารพิษและเศษอาหารออกหรือจะเป็นวิธีการเจาะกระเพาะก็ว่ากันไปตามความถนัดและสถานการณ์
ภาวะการเจ็บป่วยของร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของอาหารไม่ย่อยได้เช่นกัน เช่น เป็นเนื้องอก เป็นปรวดบริเวณกระเพาะ โรคของระบบลำไส้ โรคหวัด โรคนิวคาสเซิล เป็นต้น การรักษาในกรณีนี้จะต้องรักษากันตามอาการ ถ้าเป็นผลกระทบที่เกิดจากเชื้อโรคแล้วจะต้องรักษาที่สาเหตุก่อน คือการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อต้านจุลชีพ เมื่อไก่หายจากโรคนั้นๆแล้วระบบต่างๆที่ทำงานผิดปกติก็จะกลับมาทำงานได้อย่างปกติ ยกเว้นในกรณีเรื้อรังอวัยวะบางส่วนอาจสูญเสียหน้าที่ไป ส่วนกรณีที่เป็นปรวดบริเวณกระเพาะซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ การรักษาเริ่มแรกควรให้ยาลดปวด เช่น ยาพาราเซตามอลครึ่งเม็ดทุกครั้งที่ไก่มีอาการปวดเพื่อป้องกันการเกิดอาการไข้ ตัวร้อน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการทำงานของกระเพาะอาหารและควรให้ยาปฏิชีวนะจำพวกกลุ่มยาเพนนิซิลินเพื่อลดการเกิดหนองที่ปรวดโดยตรงหรือใช้ยาเพนสเตร็ปแอลเอฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 cc. 2ครั้ง ทุกๆ 3 วัน และห้ามแกะหรือกวนบาดแผลโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ปรวดอักเสบมากยิ่งขึ้น รอจนปรวดสุกรวมกันได้ที่แล้วจึงผ่าเอาปรวดออกระยะเวลาที่รอปรวดสุกนั้น ควรให้อาหารเสริมและยาบำรุงควบคู่กันไปด้วยเพื่อป้องกันการทรุดโทรมของร่างกายในระยะที่กินอาหารได้น้อยลง
ภาวะความบอบช้ำหลังการชนหรือการปล้ำซ้อม
การรักษามีดังนี้
1.ภายหลังการชนหรือการปล้ำซ้อม ถ้าไก่ของท่านถูกตีลำตัว กระเพาะหรือการปล้ำซ้อมมาหนัก ในตอนเย็นของวันนั้น ควรให้ไก่กินอาหารอ่อนและยาช่วยย่อย วันละ 1 เม็ด
2.ให้ยาปฏิชีวนะจำพวกอ็อกซี่เตรตร้าซัยคลิน เจนตร้ามัยซิน หรือเพนสเตร็ปแอลเอ เด็กซ่าเมทธาโซน เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังชน
3.ควรใช้ความร้อนประคบเพื่อเร่งให้ระบบการหมุนเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้นและเพื่อลดความบอบช้ำ
4.ควรให้อาหารอ่อน ผัก ผลไม้ เช่น ข้าวต้ม สับปะรด มะละกอ ส้มโอ เพื่อช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้อย่างปกติ
การเป็นพยาธิของไก่ซึ่งเกิดจากตัวอ่อนพยาธิตัวกลมบางชนิด ส่วนมากเรามักจะทราบสาเหตุก็ต่อเมื่อไก่ได้ตายไปแล้ว แล้วผ่าซากดู วิธีการสังเกตว่าไก่เป็นพยาธิหรือไม่ คือ
1.ไก่จะกินอาหารน้อยลง เบื่ออาหารหรือกินน้อย แต่อาหารก็ย่อยไม่หมด
2.ไม่สดชื่น เซื่องซึม หงอย
3.ไม่พบอาการเป็นหวัดหรือมีน้ำมูก
4.ขนลุกขนพองเป็นระยะๆ
5.ผอมแห้งแรงน้อย
วิธีการรักษา ให้ยาฆ่าพยาธิชนิดตัวกลม เช่น เบนดร้า ไอเวอร์เมคติน
1.กินอาหารที่เป็นกรดหรือด่างเกินไป ได้แก่ของบูด ของเน่าเสีย(ข้าวบูด,เศษอาหารค้างคืน)ยากำลัง ยาโด๊ป เป็นต้น
2.การกินอาหารที่ย่อยยากหรือกินจำนวนมากเกินไป เช่น ข้าวเปลือก ข้าวโพด แต่ส่วนมากจะเป็นกรณีที่กินมากเกินไปและกินน้ำน้อยทำให้ขบวนการย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ย่อยอาหารไม่หมดและเหลือสิ่งตกค้างเน่าเสียและเกิดกรดเกินที่กระเพาะอาหารในที่สุด
3.กินสิ่งแปลกปลอม ได้แก่ สารเคมี(เมล็ดธัญพืช,พืชผัก,หญ้า)พลาสติก โฟม เหล็ก อลูมิเนียม เป็นต้น กรณีที่กินเมล็ดธัญพืชที่ปนเปื้อนสารเคมีนั้นจะพบว่าจะเป็นสารเคมีจำพวก ยาฆ่าหญ้าซึ่งจะมีความเป็นพิษรองลงมาจากยากำจัดศัตรูพืช อย่างเช่น ฟูราดาน แลนเนต ถ้าเป็นสารเคมีจำพวกนี้ถ้าไก่ได้รับเข้าไปในปริมาณที่น้อยนิดก็สามารถทำให้ไก่ตายได้ ส่วนยาฆ่าหญ้านั้นไก่จะได้รับความเป็นพิษน้อยกว่าในปริมาณที่เท่ากัน ผลกระทบของยาฆ่าหญ้านั้นคือไก่จะปวดท้อง ระบบการย่อยอาหารทำงานผิดปกติ เกิดภาวะอาหารไม่ย่อยในที่สุด ส่วนกรณีของพลาสติก เหล็ก โฟม และอลูมิเนียมนั้น ไก่จะกินสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ เนื่องจากไก่ของท่านขาดแร่ธาตุบางชนิดซึ่งมักจะเกิดในไก่ที่ขังติดสุ่มเป็นเวลานานๆไม่ได้ปล่อย
การป้องกันและการรักษา1.กรณีกินอาหารที่เป็นกรดด่างควรให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหารเป็นลำดับแรก เช่น อีโน ยาธาตุน้ำแดง ยาธาตุน้ำขาว แต่ถ้า 3-4 ชั่วโมงผ่านไปแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรให้ยาปฏิชีวนะจำพวกนอร์ฟรอกซาซิน 500 มก.ครึ่งเม็ด แต่ถ้าวันรุ่งขึ้นอาหารยังไม่ย่อยอีกควรใช้วิธีการล้างกระเพาะโดยใช้สายยางสอดหรือกรอกน้ำให้เต็มกระเพาะ ห้อยหัวไก่ลง แล้วรีดเอาของเสียและเศษอาหารออกให้หมดแต่ถ้ายังไม่หมดก็ต้องใชวิธีสุดท้ายคือการเจาะกระเพาะเอาอาหารออก และควรใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้งหลังการเจาะกระเพาะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
2.กรณีกินอาหารที่ย่อยยากหรือกินจำนวนมากเกินไป ควรให้ไก่กินยาช่วยย่อยและกินน้ำตามมากๆ งดอาหารทุกอย่างยกเว้นน้ำให้สังเกตเป็นระยะๆทุกๆ 3 ชั่วโมงว่าอาหารยุบลงไปหรือเปล่า ถ้ายุบตอนเย็นควรให้อาหารที่เป็นอาหารอ่อน ผัก ผลไม้ เช่น กล้วย ส้มโอ ส้มเกลี้ยง มะละกอ สับปะรด(ควรให้ในปริมาณที่พอเหมาะ)แต่ในกรณีที่อาหารไม่ยุบลงเลย ภายในระยะเวลา 2 วัน ควรรีบเจาะกระเพาะเอาเศษอาหารออกทันที ก่อนเศษอาหารจะเน่าเสียกว่านี้ซึ่งไก่ก็จะโทรมลงไปตามลำดับด้วย
3.กรณีกินสิ่งแปลกปลอม เช่น เหล็ก โฟม พลาสติก อลูมิเนียมเข้าไปโดยธรรมชาติแล้วไก่จะขับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ออกมากับอุจจาระมีจำนวนน้อยมากที่สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะติดค้างอยู่ในกระเพาะอาหารแต่ถ้าเกิดตกค้างไก่จะเกิดภาวะอาหารไม่ย่อยจะมีการรักษาอยู่วิธีเดียวคือ การเจาะกระเพาะเอาสิ่งแปลกปลอมออกเท่านั้น แต่ถ้าเป็นสารพิษก็ต้องล้างกระเพาะเอาสารพิษออกให้หมดเช่นกันโดยวิธีการกรอกน้ำให้เต็มกระเพาะ ห้อยหัวไก่ลง รีดเอาสารพิษและเศษอาหารออกหรือจะเป็นวิธีการเจาะกระเพาะก็ว่ากันไปตามความถนัดและสถานการณ์
ภาวะการเจ็บป่วยของร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของอาหารไม่ย่อยได้เช่นกัน เช่น เป็นเนื้องอก เป็นปรวดบริเวณกระเพาะ โรคของระบบลำไส้ โรคหวัด โรคนิวคาสเซิล เป็นต้น การรักษาในกรณีนี้จะต้องรักษากันตามอาการ ถ้าเป็นผลกระทบที่เกิดจากเชื้อโรคแล้วจะต้องรักษาที่สาเหตุก่อน คือการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อต้านจุลชีพ เมื่อไก่หายจากโรคนั้นๆแล้วระบบต่างๆที่ทำงานผิดปกติก็จะกลับมาทำงานได้อย่างปกติ ยกเว้นในกรณีเรื้อรังอวัยวะบางส่วนอาจสูญเสียหน้าที่ไป ส่วนกรณีที่เป็นปรวดบริเวณกระเพาะซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ การรักษาเริ่มแรกควรให้ยาลดปวด เช่น ยาพาราเซตามอลครึ่งเม็ดทุกครั้งที่ไก่มีอาการปวดเพื่อป้องกันการเกิดอาการไข้ ตัวร้อน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการทำงานของกระเพาะอาหารและควรให้ยาปฏิชีวนะจำพวกกลุ่มยาเพนนิซิลินเพื่อลดการเกิดหนองที่ปรวดโดยตรงหรือใช้ยาเพนสเตร็ปแอลเอฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 cc. 2ครั้ง ทุกๆ 3 วัน และห้ามแกะหรือกวนบาดแผลโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ปรวดอักเสบมากยิ่งขึ้น รอจนปรวดสุกรวมกันได้ที่แล้วจึงผ่าเอาปรวดออกระยะเวลาที่รอปรวดสุกนั้น ควรให้อาหารเสริมและยาบำรุงควบคู่กันไปด้วยเพื่อป้องกันการทรุดโทรมของร่างกายในระยะที่กินอาหารได้น้อยลง
ภาวะความบอบช้ำหลังการชนหรือการปล้ำซ้อม
การรักษามีดังนี้
1.ภายหลังการชนหรือการปล้ำซ้อม ถ้าไก่ของท่านถูกตีลำตัว กระเพาะหรือการปล้ำซ้อมมาหนัก ในตอนเย็นของวันนั้น ควรให้ไก่กินอาหารอ่อนและยาช่วยย่อย วันละ 1 เม็ด
2.ให้ยาปฏิชีวนะจำพวกอ็อกซี่เตรตร้าซัยคลิน เจนตร้ามัยซิน หรือเพนสเตร็ปแอลเอ เด็กซ่าเมทธาโซน เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังชน
3.ควรใช้ความร้อนประคบเพื่อเร่งให้ระบบการหมุนเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้นและเพื่อลดความบอบช้ำ
4.ควรให้อาหารอ่อน ผัก ผลไม้ เช่น ข้าวต้ม สับปะรด มะละกอ ส้มโอ เพื่อช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้อย่างปกติ
การเป็นพยาธิของไก่ซึ่งเกิดจากตัวอ่อนพยาธิตัวกลมบางชนิด ส่วนมากเรามักจะทราบสาเหตุก็ต่อเมื่อไก่ได้ตายไปแล้ว แล้วผ่าซากดู วิธีการสังเกตว่าไก่เป็นพยาธิหรือไม่ คือ
1.ไก่จะกินอาหารน้อยลง เบื่ออาหารหรือกินน้อย แต่อาหารก็ย่อยไม่หมด
2.ไม่สดชื่น เซื่องซึม หงอย
3.ไม่พบอาการเป็นหวัดหรือมีน้ำมูก
4.ขนลุกขนพองเป็นระยะๆ
5.ผอมแห้งแรงน้อย
วิธีการรักษา ให้ยาฆ่าพยาธิชนิดตัวกลม เช่น เบนดร้า ไอเวอร์เมคติน
2555-05-07
การแก้อาการหอบหืดในไก่ชนแบบโบราณและปัจจุบัน
คนเลี้ยงไก่รุ่นใหม่เวลานำไก่ไปตีถ้าไก่มีอาการหอบมากๆ ส่วนใหญ่จะลงความเห็นว่ากราดแดดไก่น้อยไปบ้าง กราดแดดยังไม่ถึงบ้าง ก็แล้วแต่แง่คิดกันไป แต่ก็ยังมีปัจจัยอีกอย่างหนึ่งจากการวิเคราะห์และเฝ้าสังเกตซึ่งทำให้ไก่หอบมากขึ้นได้แก่ อุณหภูมิอากาศสูง อุณหภูมิของร่างกายไก่สูง การเผาผลาญพลังงานมากขึ้น ออกซิเจนในเลือดน้อย ปอดเล็ก โครงสร้างร่างกายบอบบาง(กรรมพันธุ์)ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักพื้นฐานอาการหอบของไก่ก่อนนะครับ
เมื่อไก่ออกกำลังหรือชนอยู่นั้นอุณหภูมิของร่างกายไก่ก็จะสูงขึ้นเนื่องจากไก่ต้องการพลังงานมาใช้ซึ่งขบวนการเผาผลาญพลังงานก็ยิ่งมากขึ้นและยิ่งใช้แรงใช้กำลังมากขึ้นก็ยิ่งเร่งให้มีการเผาผลาญพลังงานมากขึ้นอีกเมื่อเผาผลาญพลังงานมากก็ต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้นซึ่งการเติมออกซิเจนก็มาจากการหายใจเข้าปอดแล้วฟอกเลือดเสียให้เป็นเลือดดีนั่นเองโดยตัวที่นำออกซิเจนไปใช้ในการเผาผลาญพลังงานที่เซลก็คือเม็ดเลือดแดง(ฮีโมโกลบิน)ซึ่งขบวนการนำออกซิเจนมาฟอกก็ขึ้นอยู่กับขนาดของปอด ถ้าปอดใหญ่ก็มีพื้นที่ฟอกเลือดแล้วเติมออกซิเจนได้ดีกว่าปอดเล็ก รวมทั้งเม็ดเลือดแดงถ้ามีในไก่มากก็จะรับออกซิเจนได้มากด้วยซึ่งตัวผลิตเม็ดเลือดก็มาจากไขกระดูกถ้าโครงสร้างกระดูกใหญ่ก็ผลิตได้มาก นอกจากนั้นระบบหลอดลมก็มีส่วนเช่นกันหากหลอดลมเล็ก มีการอุดตัน (คอดอก) การหายใจเอาออกซิเจนลำบาก ไก่ก็จะพยายามอ้าปากหายใจมากขึ้นการหอบก็มากขึ้นจะเห็นว่าอาการหอบนั้นก็มีหลายปัจจัยร่วมกันยิ่งลักษณะการชนของไก่เชิง ไก่ไทยแล้วก็ใช้แรงเยอะอาการหอบก็ยิ่งมากขึ้นเพราะต้องใช้แรงบด แรงบี้ เท่าที่สังเกตหากไก่มีอาการหอบมากๆในยกแรกพอยกต่อไปมักไม่ค่อยตี หรือบางตัวหอบมากๆก่อนหมดยกเป็นอันหนีก่อนซึ่งพบเห็นบ่อยตามสนามโดยเฉพาะไก่ที่ตีในหน้าร้อน ไก่พวกม้าล่อที่พาวิ่งมันก็อาจใช้จุดเด่นที่มันมีปอดใหญ่แล้วพาคู่ต่อสู้วิ่งจนหอบและหมดแรงก่อนแล้วค่อยหันมาตีก็เป็นความฉลาดของไก่สายนี้แต่บางทีก็มีบ้างที่ประเมินคู่ต่อสู้ผิดไปเพราะตัวเองก็หมดแรงก่อนวิ่งไม่ไหวต้องยอมให้คู่ต่อสู้จับเตะได้
วิธีแก้ไขเรื่องอาการหอบของไก่นั้นไม่สามารถบอกได้หมดต้องสังเกตดูเป็นตัวๆไปว่าสาเหตุที่หอบมาจากสาเหตุอะไรบ้าง เช่น
สายพันธุ์ ไก่ที่หอบมากๆไม่ควรนำมาทำพ่อแม่พันธุ์ นั่นแสดงให้เห็นว่าไก่ปอดเล็ก โครงสร้างกระดูกบอบบาง เท่าที่สังเกตไก่ไซง่อน ไก่พม่าจะหอบน้อยกว่าไก่ไทยอาจเป็นเพราะไก่เหล่านั้นมาจากแหล่งกำเนิดที่เป็นพื้นที่สูง การพัฒนาเรื่องปอดจะดีกว่าไก่พื้นที่ต่ำเพราะอากาศในพื้นที่สูงจะมีออกซิเจนน้อยเบาบาง การฟิตซ้อมที่ดีทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ปอดขยายใหญ่ อาการหอบก็จะน้อยลง
การกราดแดด เป็นการฝึกให้ไก่ทนอากาศร้อนเพราะอากาศร้อนทำให้การเผาผลาญพลังงานสูงขึ้น อาการหอบก็จะมากขึ้นจึงต้องฝึกไก่ให้สามารถทนร้อนได้แต่ขอบอกว่าการกราดแดดเพื่อลดน้ำหนักไก่นั้นไม่ควรทำแต่ควรเน้นการออกกำลังกายให้มากขึ้น และข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่งคือระวังอย่าให้ไก่น็อคแดดเพราะจะทำให้เสียไก่ไปเลย ถ้าเป็นไก่พม่าหรือไก่ไซง่อนรวมทั้งพม่า-ง่อน กราดแดดแค่พอตัวแห้งก็เพียงพอแล้ว
วิตามิน การเสริมวิตามินบีให้ไก่ชนกินตลอดการเลี้ยงซึ่งมีทั้งที่เป็นน้ำและเป็นเม็ดเพราะวิตามินบีช่วยผลิตเม็ดเลือดและเผาผลาญพลังงาน
หลอดลม ต้องหมั่นตรวจหลอดลมไก่ชนว่าไม่เป็นโรคคอดอกหรือหลอดลมอักเสบ โรคคอดอกเกิดจากเชื้อโปรโตซัวชื่อ Trichomonas gallinae(ทริโคโมนาส กัลลิแน)ก็รักษาโดยให้ยาเมโทรนิดาโซล ครั้งละครึ่งเม็ดให้กินเช้าเย็นติดต่อกัน 7-10 วัน หาซื้อได้ตามร้านขายยาคนเม็ดละ 1 บาทเท่านั้น ส่วนหลอดลมที่อักเสบ คอดัง คอครอกก็ให้ยาพวกไซโปรฟล็อกซาซินหรือออฟฟล็อกซาซินให้กินติดต่อกันครั้งละครึ่งเม็ดเช้า-เย็น กิน 5 วัน
ส่วนระหว่างการชนหากมีอาการหอบคนสมัยก่อนมักจะให้ดินเหนียวกินซึ่งมีการทดลองทำแล้วก็ไม่ปรากฏผลว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าจะให้ต้องระวังดินสกปรกไก่ชนอาจติดเชื้อได้เพราะสภาพร่างกายที่อ่อนแอ หลายซุ้มอาจใช้ยาแก้หอบหืดจำพวกยาซาลบูทามอล ยาเทอร์บูทาลีนผสมให้กินก็อาจจะช่วยได้แต่ต้องระวังหากให้เยอะไปไก่อาจน็อคยาได้เพราะยานี้จะไปขยายหลอดลมรวมทั้งกระตุ้นการเต้นของหัวใจมากขึ้นซึ่งถ้าเป็นการแข่งกีฬาสากลเขาห้ามใช้เด็ดขาดแต่สำหรับไก่คงไม่ได้ห้ามเอาไว้
เมื่อไก่ออกกำลังหรือชนอยู่นั้นอุณหภูมิของร่างกายไก่ก็จะสูงขึ้นเนื่องจากไก่ต้องการพลังงานมาใช้ซึ่งขบวนการเผาผลาญพลังงานก็ยิ่งมากขึ้นและยิ่งใช้แรงใช้กำลังมากขึ้นก็ยิ่งเร่งให้มีการเผาผลาญพลังงานมากขึ้นอีกเมื่อเผาผลาญพลังงานมากก็ต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้นซึ่งการเติมออกซิเจนก็มาจากการหายใจเข้าปอดแล้วฟอกเลือดเสียให้เป็นเลือดดีนั่นเองโดยตัวที่นำออกซิเจนไปใช้ในการเผาผลาญพลังงานที่เซลก็คือเม็ดเลือดแดง(ฮีโมโกลบิน)ซึ่งขบวนการนำออกซิเจนมาฟอกก็ขึ้นอยู่กับขนาดของปอด ถ้าปอดใหญ่ก็มีพื้นที่ฟอกเลือดแล้วเติมออกซิเจนได้ดีกว่าปอดเล็ก รวมทั้งเม็ดเลือดแดงถ้ามีในไก่มากก็จะรับออกซิเจนได้มากด้วยซึ่งตัวผลิตเม็ดเลือดก็มาจากไขกระดูกถ้าโครงสร้างกระดูกใหญ่ก็ผลิตได้มาก นอกจากนั้นระบบหลอดลมก็มีส่วนเช่นกันหากหลอดลมเล็ก มีการอุดตัน (คอดอก) การหายใจเอาออกซิเจนลำบาก ไก่ก็จะพยายามอ้าปากหายใจมากขึ้นการหอบก็มากขึ้นจะเห็นว่าอาการหอบนั้นก็มีหลายปัจจัยร่วมกันยิ่งลักษณะการชนของไก่เชิง ไก่ไทยแล้วก็ใช้แรงเยอะอาการหอบก็ยิ่งมากขึ้นเพราะต้องใช้แรงบด แรงบี้ เท่าที่สังเกตหากไก่มีอาการหอบมากๆในยกแรกพอยกต่อไปมักไม่ค่อยตี หรือบางตัวหอบมากๆก่อนหมดยกเป็นอันหนีก่อนซึ่งพบเห็นบ่อยตามสนามโดยเฉพาะไก่ที่ตีในหน้าร้อน ไก่พวกม้าล่อที่พาวิ่งมันก็อาจใช้จุดเด่นที่มันมีปอดใหญ่แล้วพาคู่ต่อสู้วิ่งจนหอบและหมดแรงก่อนแล้วค่อยหันมาตีก็เป็นความฉลาดของไก่สายนี้แต่บางทีก็มีบ้างที่ประเมินคู่ต่อสู้ผิดไปเพราะตัวเองก็หมดแรงก่อนวิ่งไม่ไหวต้องยอมให้คู่ต่อสู้จับเตะได้
วิธีแก้ไขเรื่องอาการหอบของไก่นั้นไม่สามารถบอกได้หมดต้องสังเกตดูเป็นตัวๆไปว่าสาเหตุที่หอบมาจากสาเหตุอะไรบ้าง เช่น
สายพันธุ์ ไก่ที่หอบมากๆไม่ควรนำมาทำพ่อแม่พันธุ์ นั่นแสดงให้เห็นว่าไก่ปอดเล็ก โครงสร้างกระดูกบอบบาง เท่าที่สังเกตไก่ไซง่อน ไก่พม่าจะหอบน้อยกว่าไก่ไทยอาจเป็นเพราะไก่เหล่านั้นมาจากแหล่งกำเนิดที่เป็นพื้นที่สูง การพัฒนาเรื่องปอดจะดีกว่าไก่พื้นที่ต่ำเพราะอากาศในพื้นที่สูงจะมีออกซิเจนน้อยเบาบาง การฟิตซ้อมที่ดีทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ปอดขยายใหญ่ อาการหอบก็จะน้อยลง
การกราดแดด เป็นการฝึกให้ไก่ทนอากาศร้อนเพราะอากาศร้อนทำให้การเผาผลาญพลังงานสูงขึ้น อาการหอบก็จะมากขึ้นจึงต้องฝึกไก่ให้สามารถทนร้อนได้แต่ขอบอกว่าการกราดแดดเพื่อลดน้ำหนักไก่นั้นไม่ควรทำแต่ควรเน้นการออกกำลังกายให้มากขึ้น และข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่งคือระวังอย่าให้ไก่น็อคแดดเพราะจะทำให้เสียไก่ไปเลย ถ้าเป็นไก่พม่าหรือไก่ไซง่อนรวมทั้งพม่า-ง่อน กราดแดดแค่พอตัวแห้งก็เพียงพอแล้ว
วิตามิน การเสริมวิตามินบีให้ไก่ชนกินตลอดการเลี้ยงซึ่งมีทั้งที่เป็นน้ำและเป็นเม็ดเพราะวิตามินบีช่วยผลิตเม็ดเลือดและเผาผลาญพลังงาน
หลอดลม ต้องหมั่นตรวจหลอดลมไก่ชนว่าไม่เป็นโรคคอดอกหรือหลอดลมอักเสบ โรคคอดอกเกิดจากเชื้อโปรโตซัวชื่อ Trichomonas gallinae(ทริโคโมนาส กัลลิแน)ก็รักษาโดยให้ยาเมโทรนิดาโซล ครั้งละครึ่งเม็ดให้กินเช้าเย็นติดต่อกัน 7-10 วัน หาซื้อได้ตามร้านขายยาคนเม็ดละ 1 บาทเท่านั้น ส่วนหลอดลมที่อักเสบ คอดัง คอครอกก็ให้ยาพวกไซโปรฟล็อกซาซินหรือออฟฟล็อกซาซินให้กินติดต่อกันครั้งละครึ่งเม็ดเช้า-เย็น กิน 5 วัน
ส่วนระหว่างการชนหากมีอาการหอบคนสมัยก่อนมักจะให้ดินเหนียวกินซึ่งมีการทดลองทำแล้วก็ไม่ปรากฏผลว่าเป็นอย่างไร แต่ถ้าจะให้ต้องระวังดินสกปรกไก่ชนอาจติดเชื้อได้เพราะสภาพร่างกายที่อ่อนแอ หลายซุ้มอาจใช้ยาแก้หอบหืดจำพวกยาซาลบูทามอล ยาเทอร์บูทาลีนผสมให้กินก็อาจจะช่วยได้แต่ต้องระวังหากให้เยอะไปไก่อาจน็อคยาได้เพราะยานี้จะไปขยายหลอดลมรวมทั้งกระตุ้นการเต้นของหัวใจมากขึ้นซึ่งถ้าเป็นการแข่งกีฬาสากลเขาห้ามใช้เด็ดขาดแต่สำหรับไก่คงไม่ได้ห้ามเอาไว้
2555-04-28
ไก่ชนกับคนฝรั่งเศส
ประเทศฝรั่งเศสหนึ่งในชาติมหาอำนาจของโลกมีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีเป็นถึงผู้ผลิตเครื่องบินที่ใช้ในการบินทั่วโลกอีกทั้งยังเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลก ชาวฝรั่งเศสมีความภาคภูมิใจที่ใช้ไก่เป็นสัญลักษณ์แทนชาติของตนมานานแล้ว ไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลที่คนไทยมักเรียกทีมตราไก่เท่านั้นแต่ยังรวมถึงสัญลักษณ์อื่นๆของชาติฝรั่งเศสอีกด้วย แม้กระทั่งในปัจจุบันรูปไก่ยังคงเป็นสัญลักษณ์ทหารฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน และในยุคสมัยหนึ่งไก่ยังคงถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศและปรากฏอยู่บนเหรียญเงินฟรังซ์ของฝรั่งเศสอีกด้วย กีฬาไก่ชนก็เป็นเกมส์กีฬาที่ผูกพันกับชาวฝรั่งเศสมานานแสนนานหลายศตวรรษเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ชาวฝรั่งเศสไม่อาจเลิกได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม รัฐบาลฝรั่งเศสจึงประกาศให้กีฬาไก่ชนเป็นเกมส์กีฬาที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศ ทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์ ชาวอังกฤษ และชาวยุโรปชาติอื่นๆจึงมักมารวมตัวกันที่ฝรั่งเศสเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาไก่ชนที่พวกเขาชื่นชอบกีฬาไก่ชนยุคใหม่ของฝรั่งเศส กีฬาไก่ชนในฝรั่งเศสยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทุกสัปดาห์จะมีการจัดการชนไก่ทั่วทั้งประเทศโดยเฉพาะทางภาคเหนือของฝรั่งเศส ชาวอังกฤษก็มักเดินทางมาภาคเหนือของฝรั่งเศสเพื่อร่วมชมและร่วมแข่งขันด้วย ชาวฝรั่งเศสและชาติอื่นๆในยุโรปก็นิยมติดอาวุธให้กับไก่ชนด้วย ชาวฝรั่งเศสมีเลือดนักสู้เช่นเดียวกับไก่ชนจึงนิยมชมชอบกีฬาชนิดนี้มาก การต่อสู้ที่ดุเดือดเรียกเสียงเชียร์ เสียงโห่ร้องได้กระหึ่มสนามเลยทีเดียว ไก่ชนฝรั่งเศสมีรูปร่างสูงใหญ่ กำยำ เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เช่นเดียวกับผู้เลี้ยงชาวยุโรป และบินได้สูงด้วย เจ้าของไก่ดูแลรักษาไก่ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไก่นักสู้จึงพร้อมที่จะลงสนามอยู่เสมอ
ฟื้นฟูสุขภาพหลังการตีด้วยสารสกัดจากสมุนไพร โอโรฟาร์มาเชื่อว่ามีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่นำมาซึ่งความแข็งแรงสมบูรณ์ นั่นคือ วิถ๊แห่งธรรมชาติ โอโรฟาร์มาเชื่อมั่นในหลักการนี้มาตลอด ระยะเวลาหลายปีจวบจนปัจจุบันโอโรฟาร์มาค้นหาส่วนผสมชั้นเลิศตามธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์อันทรงประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติให้แก่ไก่ของคุณ ไอเดียลพิลส์ ยาบินจากโอโรฟาร์มาอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่โอโรฟาร์มาภาคภูมิใจในคุณภาพ โอโรฟาร์มาได้ทุ่มเทเพื่อเสาะแสวงหาสมุนไพร และพืชพรรณธรรมชาตินานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านการวิเคราะห์และวิจัย คิดค้นสร้างสรรค์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับไก่ชนและนกพิราบ โอโรฟาร์มาได้เลือกใช้แต่วัตถุดิบที่ดีที่สุดในโลกเพื่อสร้างสรรค์ไอเดียพิลส์ อาทิเช่น จูนิเพอร์เบอร์รี่ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งมีประโยชน์สำหรับใช้แก้ปัญหาเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับปัสสาวะ รักษาอาการข้ออักเสบ น้ำตาลในเลือดต่ำ ช่วยบรรเทาหลอดเลือดอักเสบ อาการหอบ ไข้ปอดบวม ช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร ช่วยลดแก๊สและอาการท้องอืด เมล็ดเฟนูกรีกช่วยในการเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี ฟอกเลือด บำรุงตับ และช่วยให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการขจัดสารพิษออกจากร่างกายที่เกิดจากความเครียดในช่วงที่ต่อสู้ เมล็ดโคล่านัท สารสกัดจาถั่วโคล่าพืชสมุนไพรพื้นเมืองทางแถบเอเชีย หมู่เกาะทะเลใต้ประเทศออสเตรเลียและแอฟริกามีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและอักเสบได้ ช่วยให้แผลหายเร็วทำให้ไก่ชนฟื้นตัวได้อย่างดี เคปอะโล ว่านหางจระเข้จากแอฟริกาจะช่วยดูดพิษเพื่อลดการอักเสบของบาดแผลได้ดีมาก มีสารอะโลอัลซิน ช่วยยับยั้งการสังเคราะห์ฮิสตามิน ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ บำรุงร่างกาย บรรเทาความอ่อนเพลีย เนื่องจากการแข่งขันที่ยาวนานรวมไปถึงการบำบัดแผลเรื้อรังและแผลในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี ไอเดียลพิลส์ช่วยเสริมระบบการย่อย ภูมิคุ้มกัน และระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของไก่จึงทำให้ไก่ชนของท่านมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงแต่ยังบินได้สูงสุดและเปี่ยมไปด้วยพลังในการตี นอกจากนี้ไก่ชนยังสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สุขภาพแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยให้บาดแผลมีการสมานตัวได้เร็วขึ้นและฟื้นตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฟื้นฟูสุขภาพหลังการตีด้วยสารสกัดจากสมุนไพร โอโรฟาร์มาเชื่อว่ามีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่นำมาซึ่งความแข็งแรงสมบูรณ์ นั่นคือ วิถ๊แห่งธรรมชาติ โอโรฟาร์มาเชื่อมั่นในหลักการนี้มาตลอด ระยะเวลาหลายปีจวบจนปัจจุบันโอโรฟาร์มาค้นหาส่วนผสมชั้นเลิศตามธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์อันทรงประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติให้แก่ไก่ของคุณ ไอเดียลพิลส์ ยาบินจากโอโรฟาร์มาอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่โอโรฟาร์มาภาคภูมิใจในคุณภาพ โอโรฟาร์มาได้ทุ่มเทเพื่อเสาะแสวงหาสมุนไพร และพืชพรรณธรรมชาตินานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านการวิเคราะห์และวิจัย คิดค้นสร้างสรรค์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับไก่ชนและนกพิราบ โอโรฟาร์มาได้เลือกใช้แต่วัตถุดิบที่ดีที่สุดในโลกเพื่อสร้างสรรค์ไอเดียพิลส์ อาทิเช่น จูนิเพอร์เบอร์รี่ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งมีประโยชน์สำหรับใช้แก้ปัญหาเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับปัสสาวะ รักษาอาการข้ออักเสบ น้ำตาลในเลือดต่ำ ช่วยบรรเทาหลอดเลือดอักเสบ อาการหอบ ไข้ปอดบวม ช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร ช่วยลดแก๊สและอาการท้องอืด เมล็ดเฟนูกรีกช่วยในการเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี ฟอกเลือด บำรุงตับ และช่วยให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการขจัดสารพิษออกจากร่างกายที่เกิดจากความเครียดในช่วงที่ต่อสู้ เมล็ดโคล่านัท สารสกัดจาถั่วโคล่าพืชสมุนไพรพื้นเมืองทางแถบเอเชีย หมู่เกาะทะเลใต้ประเทศออสเตรเลียและแอฟริกามีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและอักเสบได้ ช่วยให้แผลหายเร็วทำให้ไก่ชนฟื้นตัวได้อย่างดี เคปอะโล ว่านหางจระเข้จากแอฟริกาจะช่วยดูดพิษเพื่อลดการอักเสบของบาดแผลได้ดีมาก มีสารอะโลอัลซิน ช่วยยับยั้งการสังเคราะห์ฮิสตามิน ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ บำรุงร่างกาย บรรเทาความอ่อนเพลีย เนื่องจากการแข่งขันที่ยาวนานรวมไปถึงการบำบัดแผลเรื้อรังและแผลในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี ไอเดียลพิลส์ช่วยเสริมระบบการย่อย ภูมิคุ้มกัน และระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของไก่จึงทำให้ไก่ชนของท่านมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงแต่ยังบินได้สูงสุดและเปี่ยมไปด้วยพลังในการตี นอกจากนี้ไก่ชนยังสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สุขภาพแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยให้บาดแผลมีการสมานตัวได้เร็วขึ้นและฟื้นตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
2555-04-26
มือใหม่กับการเลี้ยงไก่เลือดผสม
จากประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่ชนมามีมือใหม่ถามเข้ามาอย่างมากมายว่าจะตั้งต้นเลี้ยงไก่เพื่อไปออกชนไม่รู้จะทำอย่างไร
ตั้งหลักเริ่มแรกจากตรงไหน เลี้ยงกันกี่วันจึงจะออกชนได้ เขาทำไม่ถูก สำคัญมากๆ
เรามาเริ่มต้นตั้งแต่ครั้งแรกกันเลยครับ
ถ้าเรามีไก่อยู่ตัวหนึ่ง ก่อนอื่นเราก็ดูว่าไก่มีเชื้อสายมาจากสายพันธุ์ใด อย่างเช่นมีเลือดพม่าผสมไก่เชิงหรือว่าผสมง่อนมาเท่าใด ก๋อยเท่าใด หรือบางตัวอาจผสมมาตั้ง4 สายพันธุ์แล้ว การเลี้ยงของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันแต่จะคล้ายๆกัน บางคนก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดี จะเลี้ยงกันนานเท่าใด ทำไม่ถูกต้อง หรือจะลงขมิ้นหรือไม่ลงดี มาดูกันว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี ก่อนอื่น เราก็ต้องดูว่าเป็นลูกหนุ่มหรือลูกถ่าย ต่อไปก็ดูว่ามีเลือดพม่าหรือไก่เชิงอยู่ด้วย ถ้ามีไก่เชิงผสมอยู่ให้กราดแดด กราดน้ำ ลงขมิ้นด้วย ครั้งแรกอาจลงให้ทั่วตัว ทั่วทุกเส้นขน การลงขมิ้นให้ลงไปที่ในเนื้อของไก่ ให้ขมิ้นถูกหนังและเนื้อไก่อย่าลงแต่ว่าให้ขมิ้นเกาะอยู่บนขนไก่จะทำให้ขนเปราะหักง่ายเพราะขมิ้นเป็นของร้อน ถ้าลงอยู่แต่บนขนไก่ไก่จะใช้ปากมาเขี่ยไซร้ขน ปากถูกขมิ้นมากไปก็จะทำให้ปากเปราะหักง่ายพอออกไปชนในสังเวียนยังไม่ทันไร ปากหัก ปากบิ่น ปากกะเทาะ หรือไม่ปากหลุดไปเลย เมื่อลงขมิ้นต้องระวังให้มากในเรื่องนี้เพราะเป็นขั้นตอนที่สำคัญเกี่ยวพันโยงใยกันเป็นลูกโซ่ ทีนี้เมื่อลงขมิ้นครั้งแรกทั่วทั้งตัวแล้ว วันรุ่งขึ้นก็กราดน้ำ กราดแดดธรรมดาไม่ต้องลงขมิ้นเว้นไปอีกสองวันก็ไปลงขมิ้นอีก การลงครั้งต่อไปก็ลงแค่ส่วนสำคัญ เช่น ใบหน้า ลำคอ หน้าอก ใต้ปีก ปั้นขา เพื่อเวลาไก่ตีกันจะได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลง่ายจึงต้องทำการลงขมิ้นให้บริเวณนั้นมีความเหนียวหนา ประคบกระเบื้องให้มีความกร้าน แต่มีบางคนเลี้ยงไก่ไม่นาบกระเบื้องลงขมิ้นเห็นว่าไก่เป็นไก่พม่าไม่ชอบความตึงของผิวหนังพอไปตีกันเข้าหนังเปราะบาง บาดแผลเกิดขึ้นง่าย ดังนั้นท่านที่ไม่ชอบลงขมิ้นให้ไก่จงใช้วิธีลงบ้าง เว้นบ้าง ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเพราะช่วยให้ผิวหนังของไก่แข็งแรงสมบูรณ์
สรุปได้ว่าการเลี้ยงไก่ต้องดูด้วยว่าไก่มีสายเลือดอะไร ถ้ามีเลือดไก่เชิงอยู่มากก็ให้หนักขมิ้นได้ แต่ถ้ามีเลือดพม่าอยู่บ้างก็ลงขมิ้นน้อยหน่อย เรื่องที่จะไม่ลงขมิ้นเลยนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ไก่กับขมิ้นเป็นของที่ขาดจากกันไม่ได้ การเลี้ยงไก่ขอให้มือเลี้ยงมีความสุขุมมากพอ เข้าใจจิตใจของไก่ตัวที่เลี้ยงให้มากพอ ไก่จะเก่งหรือไม่นั้นส่วนลึกแล้วคือความพร้อมทุกด้านของร่างกายไก่ ฝากทิ้งท้ายอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเล็บก้อยของไก่มีบาดแผลแล้วเล็บหลุด รักษาไม่ค่อยหายนั้นให้ตรวจดูตรงรอยแผลว่ามีเล็บซึ่งฉีกขาดทิ่มแทงอยู่ในเนื้อหรือเปล่า อาจมีเศษเล็บคาอยู่แล้วกลัดหนองต้องแคะเอาออกให้หมด ก่อนทำการปล้ำซ้อมควรพันก้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ก้อยหักขณะไก่ตีกัน หากมีแผลที่อุ้งเท้าใต้นิ้วเท้าควรปิดบาดแผลให้เรียบร้อยด้วยการใช้สำลีรองแล้วใช้พลาสเตอร์พันทับเพื่อป้องกันแผลปริขณะชน เมื่อชนเสร็จเปิดแผลออกใส่ด้วยน้ำมันสูตรโบราณ รับรองว่าแผลไม่บวมกลัดหนองอย่างแน่นอน
ถ้าเรามีไก่อยู่ตัวหนึ่ง ก่อนอื่นเราก็ดูว่าไก่มีเชื้อสายมาจากสายพันธุ์ใด อย่างเช่นมีเลือดพม่าผสมไก่เชิงหรือว่าผสมง่อนมาเท่าใด ก๋อยเท่าใด หรือบางตัวอาจผสมมาตั้ง4 สายพันธุ์แล้ว การเลี้ยงของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันแต่จะคล้ายๆกัน บางคนก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดี จะเลี้ยงกันนานเท่าใด ทำไม่ถูกต้อง หรือจะลงขมิ้นหรือไม่ลงดี มาดูกันว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี ก่อนอื่น เราก็ต้องดูว่าเป็นลูกหนุ่มหรือลูกถ่าย ต่อไปก็ดูว่ามีเลือดพม่าหรือไก่เชิงอยู่ด้วย ถ้ามีไก่เชิงผสมอยู่ให้กราดแดด กราดน้ำ ลงขมิ้นด้วย ครั้งแรกอาจลงให้ทั่วตัว ทั่วทุกเส้นขน การลงขมิ้นให้ลงไปที่ในเนื้อของไก่ ให้ขมิ้นถูกหนังและเนื้อไก่อย่าลงแต่ว่าให้ขมิ้นเกาะอยู่บนขนไก่จะทำให้ขนเปราะหักง่ายเพราะขมิ้นเป็นของร้อน ถ้าลงอยู่แต่บนขนไก่ไก่จะใช้ปากมาเขี่ยไซร้ขน ปากถูกขมิ้นมากไปก็จะทำให้ปากเปราะหักง่ายพอออกไปชนในสังเวียนยังไม่ทันไร ปากหัก ปากบิ่น ปากกะเทาะ หรือไม่ปากหลุดไปเลย เมื่อลงขมิ้นต้องระวังให้มากในเรื่องนี้เพราะเป็นขั้นตอนที่สำคัญเกี่ยวพันโยงใยกันเป็นลูกโซ่ ทีนี้เมื่อลงขมิ้นครั้งแรกทั่วทั้งตัวแล้ว วันรุ่งขึ้นก็กราดน้ำ กราดแดดธรรมดาไม่ต้องลงขมิ้นเว้นไปอีกสองวันก็ไปลงขมิ้นอีก การลงครั้งต่อไปก็ลงแค่ส่วนสำคัญ เช่น ใบหน้า ลำคอ หน้าอก ใต้ปีก ปั้นขา เพื่อเวลาไก่ตีกันจะได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลง่ายจึงต้องทำการลงขมิ้นให้บริเวณนั้นมีความเหนียวหนา ประคบกระเบื้องให้มีความกร้าน แต่มีบางคนเลี้ยงไก่ไม่นาบกระเบื้องลงขมิ้นเห็นว่าไก่เป็นไก่พม่าไม่ชอบความตึงของผิวหนังพอไปตีกันเข้าหนังเปราะบาง บาดแผลเกิดขึ้นง่าย ดังนั้นท่านที่ไม่ชอบลงขมิ้นให้ไก่จงใช้วิธีลงบ้าง เว้นบ้าง ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเพราะช่วยให้ผิวหนังของไก่แข็งแรงสมบูรณ์
สรุปได้ว่าการเลี้ยงไก่ต้องดูด้วยว่าไก่มีสายเลือดอะไร ถ้ามีเลือดไก่เชิงอยู่มากก็ให้หนักขมิ้นได้ แต่ถ้ามีเลือดพม่าอยู่บ้างก็ลงขมิ้นน้อยหน่อย เรื่องที่จะไม่ลงขมิ้นเลยนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ไก่กับขมิ้นเป็นของที่ขาดจากกันไม่ได้ การเลี้ยงไก่ขอให้มือเลี้ยงมีความสุขุมมากพอ เข้าใจจิตใจของไก่ตัวที่เลี้ยงให้มากพอ ไก่จะเก่งหรือไม่นั้นส่วนลึกแล้วคือความพร้อมทุกด้านของร่างกายไก่ ฝากทิ้งท้ายอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเล็บก้อยของไก่มีบาดแผลแล้วเล็บหลุด รักษาไม่ค่อยหายนั้นให้ตรวจดูตรงรอยแผลว่ามีเล็บซึ่งฉีกขาดทิ่มแทงอยู่ในเนื้อหรือเปล่า อาจมีเศษเล็บคาอยู่แล้วกลัดหนองต้องแคะเอาออกให้หมด ก่อนทำการปล้ำซ้อมควรพันก้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ก้อยหักขณะไก่ตีกัน หากมีแผลที่อุ้งเท้าใต้นิ้วเท้าควรปิดบาดแผลให้เรียบร้อยด้วยการใช้สำลีรองแล้วใช้พลาสเตอร์พันทับเพื่อป้องกันแผลปริขณะชน เมื่อชนเสร็จเปิดแผลออกใส่ด้วยน้ำมันสูตรโบราณ รับรองว่าแผลไม่บวมกลัดหนองอย่างแน่นอน
ไก่พม่า วันนี้ต้อง…อย่างไร ??
โลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ไก่ชนเปลี่ยน
ทุกอย่างเกิดขึ้นตามยุคตามสมัย วังวนไก่ชนเมืองไทยยิ่งก้าวล้ำหน้า
พูดได้ไม่อายปากว่ามันคือ หนึ่งเดียวในโลก
มองให้ใกล้ตัวเข้ามากระแสไก่ชนสายเหล่าป๋าก๋อยมาแรงสุดๆเอาอะไรมาฉุดรั้งก็ไม่อยู่แล้วคอพม่าผู้หลงใหลในความอัจฉริยะหูตากองบัญชาการหลักของสัตว์ปีกประเภทนี้เล่า
หากไม่พัฒนาไล่หลังเขาบ้างแล้วจะเอาอะไรไปสู้กับเขา มองด้วยจิตสำนึกที่ปกติ
หัวใจสายตาที่เป็นกลางเป็นธรรมและเข้าใจในความเปลี่ยน
เสาหลักที่สำคัญที่โรมรันพันตูกันตลอดมาและตลอดไปมีอยู่สองก๊กใหญ่เท่านั้นคือพม่ากับป๋าก๋อยจะพันธุ์ไหนก็ตามที่จะพยายามพัฒนาขึ้นมาเพื่อเอาชนะสองเสาหลักใหญ่ต้องมีเลือดป๋าก๋อยและเลือดพม่าติดอยู่ด้วยทั้งนั้น
จะดีขึ้นมาบ้างหรือเปล่าก็ไม่ทราบมันเป็นเรื่องของอนาคต
มันเป็นแนวคิดแนวทางเฉพาะบุคคลต่างคนต่างมั่นใจในแนวคิดของตนเอง
สังเวียนขอบกระทะเท่านั้นจะเป็นตัวคอยพิสูจน์ผลงาน ใครผิดถูกรู้เรื่องกัน ณ
ที่ตรงนั้นแหละ เซียนไก่พม่าซึ่งกำลังถูกอิทธิพลป๋าก๋อยบดบังกลืนกินร้อนตัวดิ้นเร่า
พม่าเรายังพอมีดีอยู่ใช่ว่าจะด้อยชั้นไปเสียหมด
เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจสักนิดว่าจะเอาพม่าแบบไหนไปสู้เขาเท่านั้นเอง
ในสนามชนสองเสาหลักยังคงผลัดกันแพ้ชนะอยู่ร่ำไป
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพม่าตัวที่ชนะป๋าก๋อยได้คือ ต้องตีเชิงแบบนี้
ดังนี้
1.ต้องแข็งแกร่งเป็นพิเศษเพื่อจะทนทานต่อพายุแข้ง ไม่ใช่โดนนิดโดนหน่อยแล้วเตรียมหักเตรียมงอก่องอขิง
2.มีตีนเปล่าและถอยหลังหรือขยายซ้ายขวาอย่างมีstep ตีนเปล่าต้องแม่น คม หวังผลได้ หากร่างกายแข็งแกร่งเป็นพื้นฐานแล้ว ลีลาถอยหรือขยายจะลื่นไหลไปตามสัญชาตญาณเอง
3.ตีหัวต่ำได้ กดหน้าหงอน ถอยหลังดีด หนัก แรง
4.ตีได้ ต้องหนีได้ ไม่เข้าใกล้ ใช้เหลี่ยมหลอกขยับเพื่อชิงจังหวะ ล่อสั้นล่อยาวเมื่อโดนบุกกระหน่ำจนต้านไม่อยู่ คิดไม่ออก
5.อย่าตีป๋าก๋อยตัวสูง ให้ตีตัวต่ำกว่าหรือว่าเท่ากันเอาเป็นว่าให้พม่าได้เปรียบสูงไว้นิดหนึ่งเป้นดีที่สุด มือเปรียบให้ระมัดระวังเรื่องนี้ให้จงหนัก
6.มือน้ำให้เข้าน้ำเปียกตลอดอย่าซักแห้โดยเฉพาะยกหนึ่ง พม่าต้องออกลีลาเยอะประเดี๋ยวเดียวตัวก็จะแห้ง ตัวแห้งเมื่อไหร่ก็หอบเมื่อนั้นแล้วนาทีนั้นแหละเจ้าก็เตรียมตัวตายได้เลย ตัวแห้ง ปอดแห้ง อ้าปากพะงาบหนีไม่ออกแล้วอะไรจะเกิดขึ้น
7.ต้องเป็นพม่าหัวสูงตีส่วนบนเท่านั้น หู ตา วงแดง จึงจะหยุดเขาได้
ถ้าไม่มี…ทำไม่ได้…หาไม่ได้ใน 7 ข้อนี้ก็จงอย่าบังอาจเอาไปตีกับป๋าก๋อยซึ่งเขาพัฒนาล้ำหน้าไปแล้ว ชาวป๋าก๋อยเขากลัว 7 ข้อนี้เหมือนกัน เหล่าแหล่งพม่าที่เก่งๆสามารถต่อกรกับป๋าก๋อยได้สบายๆ ยังมีคุณสมบัติอีกเยอะครับสามารถเสาะหาหรือสอบถามผู้รู้ได้ แล้วท่านจะเข้าใจว่าทำไมต้องมี 7 ข้อไว้ให้เซียนพม่าไว้ทบทวน ปัจจุบันนี้ต้องเป้นพม่าอย่างที่ว่าไว้ตามเกณฑ์ข้างต้นเท่านั้น หากไม่เข้าเกณฑ์ก็อย่าฝืนแข่งไม่เช่นนั้นป๋าก๋อยเอาตายแน่!!
1.ต้องแข็งแกร่งเป็นพิเศษเพื่อจะทนทานต่อพายุแข้ง ไม่ใช่โดนนิดโดนหน่อยแล้วเตรียมหักเตรียมงอก่องอขิง
2.มีตีนเปล่าและถอยหลังหรือขยายซ้ายขวาอย่างมีstep ตีนเปล่าต้องแม่น คม หวังผลได้ หากร่างกายแข็งแกร่งเป็นพื้นฐานแล้ว ลีลาถอยหรือขยายจะลื่นไหลไปตามสัญชาตญาณเอง
3.ตีหัวต่ำได้ กดหน้าหงอน ถอยหลังดีด หนัก แรง
4.ตีได้ ต้องหนีได้ ไม่เข้าใกล้ ใช้เหลี่ยมหลอกขยับเพื่อชิงจังหวะ ล่อสั้นล่อยาวเมื่อโดนบุกกระหน่ำจนต้านไม่อยู่ คิดไม่ออก
5.อย่าตีป๋าก๋อยตัวสูง ให้ตีตัวต่ำกว่าหรือว่าเท่ากันเอาเป็นว่าให้พม่าได้เปรียบสูงไว้นิดหนึ่งเป้นดีที่สุด มือเปรียบให้ระมัดระวังเรื่องนี้ให้จงหนัก
6.มือน้ำให้เข้าน้ำเปียกตลอดอย่าซักแห้โดยเฉพาะยกหนึ่ง พม่าต้องออกลีลาเยอะประเดี๋ยวเดียวตัวก็จะแห้ง ตัวแห้งเมื่อไหร่ก็หอบเมื่อนั้นแล้วนาทีนั้นแหละเจ้าก็เตรียมตัวตายได้เลย ตัวแห้ง ปอดแห้ง อ้าปากพะงาบหนีไม่ออกแล้วอะไรจะเกิดขึ้น
7.ต้องเป็นพม่าหัวสูงตีส่วนบนเท่านั้น หู ตา วงแดง จึงจะหยุดเขาได้
ถ้าไม่มี…ทำไม่ได้…หาไม่ได้ใน 7 ข้อนี้ก็จงอย่าบังอาจเอาไปตีกับป๋าก๋อยซึ่งเขาพัฒนาล้ำหน้าไปแล้ว ชาวป๋าก๋อยเขากลัว 7 ข้อนี้เหมือนกัน เหล่าแหล่งพม่าที่เก่งๆสามารถต่อกรกับป๋าก๋อยได้สบายๆ ยังมีคุณสมบัติอีกเยอะครับสามารถเสาะหาหรือสอบถามผู้รู้ได้ แล้วท่านจะเข้าใจว่าทำไมต้องมี 7 ข้อไว้ให้เซียนพม่าไว้ทบทวน ปัจจุบันนี้ต้องเป้นพม่าอย่างที่ว่าไว้ตามเกณฑ์ข้างต้นเท่านั้น หากไม่เข้าเกณฑ์ก็อย่าฝืนแข่งไม่เช่นนั้นป๋าก๋อยเอาตายแน่!!
แนะนำซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐ
สวัสดีครับพี่น้องชาวไก่ชนที่รักทุกท่าน...
ซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐ ตั้งอยู่เลขที่ 156/28 ม.6 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี บริหารงานโดยผมเองครับ ชูศักดิ์ เนียมประเสริฐ หรือต๋องครับ ผมเริ่มพัฒนาลูกง่อน,บราซิลสายพันธุ์ดี โครงสร้างแข็งแกร่ง ตีลำโต แทงเจ็บลึกๆ ใช้เดือยจัดและที่สำคัญจิตใจต้องมั่นคงและเหนียวแน่น จากนั้นผมและผู้ร่วมอุดมการณ์ในซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐต่างก็ช่วยกันคัดเลือกและสรรหาไก่พม่าเลือดรังแชมป์เปี้ยน IQ ดีตีแผลคม จิตใจยาว รักเดิมพันและไก่สไตล์ก๋อย,ตราด,ง่อน ล็อค มุด มัด กัดบ่า ตีตัวเลือดรังแชมป์เปี้ยน เบอร์แข้งดี ขยัน ปากไว บู๊ ดุดัน ตีลำโต ใช้เดือยจัด จิตใจมั่นคงเหนียวแน่น รักเดิมพันมาผสมกันซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ ถ้าลูกที่ออกมาเป็นพม่า,ง่อน,บราซิลจะเป็นไก่สไตล์ โยก ถอด ถอย แข้งหน้าดี ตีแผลกระเดือก หู ตา ถ้าเป็นก๋อย,ตราด,ง่อนลูกที่ออกมาจะเป็นสไตล์ล็อค มุด มัด กัดบ่า ตีตัว ช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ผมและทีมงานในซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐได้นำไก่ลูกเพาะออกชนตามสนามไก่ชนมาตรฐานในเขตภาคกลาง ในช่วงนั้นไก่ของผมออกชนแต่ละครั้งสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ชนในสังเวียนไหนผู้คนมาดูอย่างล้นหลามเพราะชนสนุกได้เล่นกันทุกคนและส่วนมากก็ได้รับชัยชนะกลับมาเกือบทุกครั้งจนมีคนถามซื้อ แต่ในช่วงนั้นเรายังไม่คิดที่จะขายให้ใครเพราะไก่มีจำนวนไม่มาก ต่อมาเมื่อเพาะได้จำนวนมากที่จะนำเสนอขายได้ ผมและทีมงานซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐจึงลงโฆษณากับนิตยสารไก่ชนซุปเปอร์แชมป์เพื่อทำการตลาดเป็นฉบับแรกและก็ได้ลงโฆษณาเรื่อยมาจนทุกวันนี้ซึ่งหนังสือจะวางแผงทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน ผลตอบรับจากลูกค้าดีมากลูกค้าให้ความสนใจมาเยี่ยมชมไก่ที่ซุ้มกันอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าคุณจะอยู่เหนือ ใต้ กลาง ออก ตก อีสานเมื่อสั่งซื้อไก่จากซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐไปแล้วรับประกันว่าท่านจะไม่ผิดหวังและไม่เสียเงินฟรีอย่างแน่นอน และเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าทางซุ้มของเราจะรักษามาตรฐานแบบนี้ตลอดไป
ทุกวันนี้ไก่ลูกผสมยุคพัฒนาของผมได้พัฒนาฝีไม้ลายมือไปอีกขั้นโดยเฉพาะไก่ชุดที่ลงโฆษณานิตยสารไก่ชนซุปเปอร์แชมป์ รับรองว่าท่านจะต้องพึงพอใจอย่างแน่นอนและทางซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการและให้ความไว้วางใจเรื่อยมา ทางซุ้มพร้อมจะตอบแทนท่านโดยการพัฒนาไก่ลูกผสมยุคพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ทั้งกระดูก โครงสร้าง และแผลตีจากสุดยอดพ่อพันธุ์แชมป์เปี้ยนแห่งยุคให้แข็งแกร่งเพื่อลูกค้าทุกท่านครับ
ขอบคุณครับ
ซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐ
ซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐ ตั้งอยู่เลขที่ 156/28 ม.6 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี บริหารงานโดยผมเองครับ ชูศักดิ์ เนียมประเสริฐ หรือต๋องครับ ผมเริ่มพัฒนาลูกง่อน,บราซิลสายพันธุ์ดี โครงสร้างแข็งแกร่ง ตีลำโต แทงเจ็บลึกๆ ใช้เดือยจัดและที่สำคัญจิตใจต้องมั่นคงและเหนียวแน่น จากนั้นผมและผู้ร่วมอุดมการณ์ในซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐต่างก็ช่วยกันคัดเลือกและสรรหาไก่พม่าเลือดรังแชมป์เปี้ยน IQ ดีตีแผลคม จิตใจยาว รักเดิมพันและไก่สไตล์ก๋อย,ตราด,ง่อน ล็อค มุด มัด กัดบ่า ตีตัวเลือดรังแชมป์เปี้ยน เบอร์แข้งดี ขยัน ปากไว บู๊ ดุดัน ตีลำโต ใช้เดือยจัด จิตใจมั่นคงเหนียวแน่น รักเดิมพันมาผสมกันซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ ถ้าลูกที่ออกมาเป็นพม่า,ง่อน,บราซิลจะเป็นไก่สไตล์ โยก ถอด ถอย แข้งหน้าดี ตีแผลกระเดือก หู ตา ถ้าเป็นก๋อย,ตราด,ง่อนลูกที่ออกมาจะเป็นสไตล์ล็อค มุด มัด กัดบ่า ตีตัว ช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ผมและทีมงานในซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐได้นำไก่ลูกเพาะออกชนตามสนามไก่ชนมาตรฐานในเขตภาคกลาง ในช่วงนั้นไก่ของผมออกชนแต่ละครั้งสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก ชนในสังเวียนไหนผู้คนมาดูอย่างล้นหลามเพราะชนสนุกได้เล่นกันทุกคนและส่วนมากก็ได้รับชัยชนะกลับมาเกือบทุกครั้งจนมีคนถามซื้อ แต่ในช่วงนั้นเรายังไม่คิดที่จะขายให้ใครเพราะไก่มีจำนวนไม่มาก ต่อมาเมื่อเพาะได้จำนวนมากที่จะนำเสนอขายได้ ผมและทีมงานซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐจึงลงโฆษณากับนิตยสารไก่ชนซุปเปอร์แชมป์เพื่อทำการตลาดเป็นฉบับแรกและก็ได้ลงโฆษณาเรื่อยมาจนทุกวันนี้ซึ่งหนังสือจะวางแผงทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน ผลตอบรับจากลูกค้าดีมากลูกค้าให้ความสนใจมาเยี่ยมชมไก่ที่ซุ้มกันอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าคุณจะอยู่เหนือ ใต้ กลาง ออก ตก อีสานเมื่อสั่งซื้อไก่จากซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐไปแล้วรับประกันว่าท่านจะไม่ผิดหวังและไม่เสียเงินฟรีอย่างแน่นอน และเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าทางซุ้มของเราจะรักษามาตรฐานแบบนี้ตลอดไป
ทุกวันนี้ไก่ลูกผสมยุคพัฒนาของผมได้พัฒนาฝีไม้ลายมือไปอีกขั้นโดยเฉพาะไก่ชุดที่ลงโฆษณานิตยสารไก่ชนซุปเปอร์แชมป์ รับรองว่าท่านจะต้องพึงพอใจอย่างแน่นอนและทางซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการและให้ความไว้วางใจเรื่อยมา ทางซุ้มพร้อมจะตอบแทนท่านโดยการพัฒนาไก่ลูกผสมยุคพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ทั้งกระดูก โครงสร้าง และแผลตีจากสุดยอดพ่อพันธุ์แชมป์เปี้ยนแห่งยุคให้แข็งแกร่งเพื่อลูกค้าทุกท่านครับ
ขอบคุณครับ
ซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐ
2555-04-19
ยินดีต้อนรับ
สุดยอดพ่อพันธุ์เงินแสนตระกูลชนแพงมีนามว่าเจ้าไข่มุกขาวสายพันธุ์พม่า ง่อน บราซิล ที่ถ่ายทอดพันธุกรรมสู่รุ่นลูกรุ่นหลานที่ได้ชนสนามมาตรฐานเงินหมื่นเงินแสนหลายต่อหลายตัวแล้ว อยู่ในนามสังกัดซุ้มไก่ชนเพชรประเสริฐ สถิติ 3 ไฟท์สนามมาตรฐานชนแสนทุกไฟท์ ตีแผลกระเดือก หู ตา อาชีพ เบอร์แข้งโหดสุดๆ
เจ้าเงินถัง (พม่า ง่อน บราซิล) สถานะพ่อพันธุ์
เจ้าจุกเทพเงินแสน (พม่า ง่อน บราซิล) สถานะพ่อพันธุ์
เจ้าโควิด-19 ฉายาแข้งมีพิษ (พม่า ง่อน บราซิล) สถานะพ่อพันธุ์
เจ้าเพชรคีรี ทายาทเจ้าหยกคีรี สถิติชนะ 33ล้าน ที่สนามเทิดไทแบบพลิกล็อค
(พม่า ง่อน ) สถานะพ่อพันธุ์
เจ้าปิลันย่า สายพันธุ์ก๋อย ง่อน บราซิล ตัวอันตราย
เจ้าเสือดาวสายพันธุ์ก๋อย ง่อน บราซิล เป็นไก่ปากไว เข้าไก่เร็ว ชนสไตล์ บู๊ ดุ ดัน ตีเจ็บสุดๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


















